1. ระบุผู้ลงนามรับรองคำแปลได้
ใบรับรองคำแปลต้องมีชื่อ ตำแหน่ง และลายมือชื่อของผู้รับรอง พร้อมข้อความยืนยันความถูกต้องครบถ้วน หากผู้ให้บริการตอบไม่ได้ว่าใครเซ็น แปลว่าปลายทางอาจปฏิเสธ
ศูนย์แปลเอกสารที่ควรเลือก คือศูนย์ที่ระบุได้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ลงนามรับรองคำแปล ปลายทางต้องการการรับรองชั้นใด และรับผิดชอบแก้ไขให้เมื่อปลายทางตีกลับ เอกสารราชการไทยที่จะใช้ต่างประเทศส่วนใหญ่ต้องผ่านลำดับ แปล → รับรองคำแปล → นิติกรณ์กรมการกงสุล → Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทาง การเลือกศูนย์แปลจึงต้องดูว่าเขาเดินลำดับนี้ให้ครบได้หรือไม่ ไม่ใช่ดูแค่ราคาต่อหน้า
คำค้นที่ขึ้นต้นด้วย "แนะนำ" สะท้อนว่าผู้ค้นยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะใช้ใคร และกำลังหาเกณฑ์เปรียบเทียบ หน้านี้จึงเขียนเป็นเกณฑ์ตัดสินใจก่อน แล้วค่อยบอกว่าเราให้บริการอะไร
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของการแปลเอกสารราชการไทยไม่ใช่ "แปลผิด" แต่คือ "แปลถูกแต่รับรองผิดชั้น" เอกสารถูกตีกลับเพราะขาดนิติกรณ์ ขาดตราสถานทูต หรือใช้รูปแบบคำแปลที่กรมการกงสุลไม่รับ ทำให้เสียเวลาเพิ่ม 1–3 สัปดาห์
ก่อนตัดสินใจ ให้ถามปลายทางเสมอว่าต้องการ certified translation, sworn translation, notarised translation, Apostille หรือ legalisation ของสถานทูต คำสี่คำนี้ไม่เท่ากัน และเป็นตัวกำหนดว่าคุณต้องเลือกผู้ให้บริการแบบไหน
ใบรับรองคำแปลต้องมีชื่อ ตำแหน่ง และลายมือชื่อของผู้รับรอง พร้อมข้อความยืนยันความถูกต้องครบถ้วน หากผู้ให้บริการตอบไม่ได้ว่าใครเซ็น แปลว่าปลายทางอาจปฏิเสธ
เอกสารราชการไทยที่จะใช้ต่างประเทศเกือบทั้งหมดต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์จากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ศูนย์แปลที่ยื่นเองได้จะคุมเวลาและแก้ไขคำแปลตามที่เจ้าหน้าที่ท้วงได้ทันที
ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille แล้ว ทำให้เอกสารที่ส่งไปประเทศภาคีไม่ต้องรับรองสถานทูตซ้ำ แต่ประเทศนอกภาคียังต้องรับรองสถานทูตตามเดิม ผู้ให้บริการที่ดีต้องตอบเรื่องนี้ได้ทันทีตามชื่อประเทศ
ชื่อบุคคลต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทาง เลขที่เอกสาร วันที่แบบสากล และชื่อหน่วยงานต้องใช้คำแปลทางการ ไม่ใช่คำแปลอิสระ ความไม่ตรงเพียงตัวอักษรเดียวทำให้เอกสารถูกตีกลับได้
สัญญาธุรกิจ เอกสารการแพทย์ สิทธิบัตร และคำพิพากษา ใช้ศัพท์เฉพาะที่นักแปลทั่วไปมักพลาด ควรถามว่าใครเป็นผู้แปลและใครทบทวนก่อนส่งมอบ
เอกสารที่ส่งแปลมักมีข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการควรลงนาม NDA ระบุระยะเวลาเก็บไฟล์ และวิธีทำลายไฟล์หลังส่งมอบ
เงื่อนไขที่ควรมีคือแก้ไขคำแปลและยื่นใหม่โดยไม่คิดค่าบริการแปลซ้ำ หากสาเหตุมาจากความผิดพลาดของผู้แปล ข้อนี้แยกผู้ให้บริการมืออาชีพออกจากร้านรับงานทั่วไปได้ชัดที่สุด
ควรได้ตารางเวลาแยกขั้น เช่น แปล 1–2 วันทำการ นิติกรณ์ 2–3 วันทำการ สถานทูตตามคิวของแต่ละแห่ง การให้คำว่า "เสร็จวันเดียว" โดยไม่แยกขั้นตอนมักเป็นสัญญาณว่าไม่ได้เดินเรื่องรับรองจริง
| ชนิดการรับรอง | ใครรับรอง | ใช้เมื่อไร |
|---|---|---|
| Certified Translation | ผู้แปล/บริษัทแปล ออกใบรับรองความถูกต้อง | ยื่นสถาบันการศึกษา นายจ้าง หรือหน่วยงานที่ไม่ต้องการนิติกรณ์ |
| Notarised Translation | ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร | ปลายทางต้องการยืนยันตัวผู้ลงนามในคำแปลหรือคำสาบาน |
| นิติกรณ์กรมการกงสุล | กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล | เอกสารราชการไทยเกือบทุกชนิดที่จะใช้ต่างประเทศ |
| Apostille | หน่วยงานผู้มีอำนาจตามอนุสัญญากรุงเฮก | ปลายทางเป็นประเทศภาคีอนุสัญญา ไม่ต้องรับรองสถานทูตซ้ำ |
| Embassy Legalisation | สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง | ปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา หรือกำหนดให้รับรองเพิ่ม |
เลื่อนตารางไปทางซ้าย-ขวาเพื่อดูข้อมูลทั้งหมด
ขอเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานปลายทางว่าต้องการคำแปลชั้นใด ภาษาใด และต้องมี Apostille หรือรับรองสถานทูตหรือไม่
ตรวจว่าเอกสารต้นฉบับเป็นฉบับจริงหรือสำเนารับรอง อายุเอกสารยังอยู่ในเกณฑ์ที่ปลายทางรับ และชื่อสะกดตรงกับหนังสือเดินทาง
ให้ผู้แปลเฉพาะสาขาแปล แล้วให้ผู้ทบทวนอีกคนตรวจศัพท์เฉพาะ ตัวเลข วันที่ และการสะกดชื่อก่อนออกใบรับรองคำแปล
ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล จากนั้นดำเนินการ Apostille หรือยื่นสถานทูตปลายทางตามสถานะภาคีของประเทศนั้น
ตรวจตราประทับ ลายมือชื่อ เลขที่รับรอง และจำนวนชุดให้ครบตามที่ปลายทางกำหนด ก่อนจัดส่งหรือยื่นจริง
รวบรวมจากคำค้นจริงในหมวดนี้ 1,175 รายการ จัดกลุ่มตามประเภทงาน พร้อมลิงก์ไปยังหน้าบริการที่เกี่ยวข้อง