เอกสารบุตรที่ออกในต่างประเทศ
การนำสูติบัตรต่างประเทศ คำสั่งรับรองบุตร หรือคำสั่งรับบุตรบุญธรรมจากต่างประเทศ มาใช้กับสำนักทะเบียนไทย ศาลไทย และหน่วยงานราชการไทย
เด็กที่เกิดในต่างประเทศจากบิดาหรือมารดาสัญชาติไทย มักต้องนำสูติบัตรต่างประเทศมาใช้กับงานทะเบียนราษฎรไทย เช่น การแจ้งเกิด การเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน หรือการทำหนังสือเดินทางไทย โดยเอกสารต้องผ่านการรับรองของประเทศต้นทางและสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยตามลำดับ แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทย
คำสั่งศาลต่างประเทศเรื่องความเป็นบิดา อำนาจปกครอง หรือการรับบุตรบุญธรรม ก็เดินเส้นทางเดียวกัน แต่การจะให้มีผลทางทะเบียนหรือทางกฎหมายในไทย ขึ้นกับดุลพินิจของหน่วยงานหรือศาลไทยที่รับเรื่อง บางกรณีอาจต้องดำเนินการทางศาลไทยเพิ่มเติม จึงควรสอบถามหน่วยงานผู้รับก่อนลงมือรับรองเอกสารทั้งชุด
จุดที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุดคือชื่อและนามสกุลสะกดไม่ตรงกันระหว่างสูติบัตร หนังสือเดินทาง และทะเบียนบ้าน รวมถึงวันเดือนปีเกิดที่เขียนคนละรูปแบบ ควรตรวจให้ตรงกันทุกฉบับก่อนเข้าสู่ลำดับรับรอง
หลังอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 มีผลกับไทยในวันที่ที่ HCCH ระบุ เอกสารจากประเทศภาคีอาจใช้ Apostille แทนลำดับรับรองเดิมได้ตามแนวปฏิบัติที่หน่วยงานไทยจะประกาศ ก่อนถึงวันดังกล่าวยังต้องใช้ลำดับรับรองแบบเดิมทั้งหมด
เอกสารที่ต้องเตรียม
- สูติบัตรต่างประเทศฉบับที่ทางการออกให้
- หนังสือเดินทางของเด็กและของบิดามารดา
- ทะเบียนสมรสหรือเอกสารแสดงความสัมพันธ์ของบิดามารดา
- คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ พร้อมหนังสือรับรองว่าถึงที่สุด (ถ้ามี)
- ชุดรับรองของประเทศต้นทางและสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย
- คำแปลภาษาไทยพร้อมคำรับรองคำแปล
ลำดับขั้นตอน
- ขอเอกสารฉบับทางการจากหน่วยงานผู้ออกในต่างประเทศ
- รับรองตามลำดับของประเทศต้นทาง เช่น หน่วยงานทะเบียนและกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้น
- รับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น
- แปลเป็นภาษาไทยและจัดทำคำรับรองคำแปล
- ยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- ยื่นต่อสำนักทะเบียน ศาล หรือหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง
เช็กลิสต์ก่อนยื่น
- ตรวจการสะกดชื่อและวันเกิดให้ตรงกันทุกฉบับก่อนเริ่มรับรอง
- ถามหน่วยงานไทยผู้รับก่อนว่าต้องการต้นฉบับหรือสำเนารับรองแบบใด
- ตรวจอายุของเอกสารบางประเภทที่หน่วยงานกำหนดอายุการใช้งาน
- เก็บสำเนาชุดรับรองทั้งหมดไว้ เผื่อต้องยื่นซ้ำกับหน่วยงานอื่น
คำถามที่พบบ่อย
เด็กเกิดต่างประเทศ พ่อแม่คนไทย ต้องแจ้งเกิดที่ไหน
โดยทั่วไปแจ้งเกิดตามกฎหมายของประเทศที่เด็กเกิดก่อน แล้วดำเนินการกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย และงานทะเบียนราษฎรไทยตามที่หน่วยงานกำหนด ควรสอบถามสถานทูตไทยในประเทศนั้นโดยตรง
สูติบัตรต่างประเทศใช้ยื่นทะเบียนบ้านไทยได้เลยไหม
ไม่ได้ ต้องผ่านลำดับรับรองของประเทศต้นทางและสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย พร้อมคำแปลภาษาไทยที่ผ่านการรับรองของกรมการกงสุลก่อน
คำสั่งรับบุตรบุญธรรมจากต่างประเทศมีผลในไทยหรือไม่
ผลในไทยขึ้นกับหน่วยงานหรือศาลไทยที่รับเรื่องพิจารณา บางกรณีต้องดำเนินการทางศาลไทยเพิ่มเติม จึงควรสอบถามหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการรับรองทั้งชุด
ชื่อในสูติบัตรกับหนังสือเดินทางสะกดไม่ตรงกัน แก้อย่างไร
ควรแก้ที่ต้นทางก่อน เช่น ขอแก้ไขทะเบียนหรือออกเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก หรือจัดทำหนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลเดียวกันตามที่หน่วยงานผู้รับยอมรับ
ต้องแปลเอกสารในไทยหรือแปลที่ต่างประเทศ
ถ้าจะใช้กับหน่วยงานไทย นิยมแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล เพราะเป็นรูปแบบที่หน่วยงานไทยคุ้นเคยและตรวจสอบได้
Apostille ใช้แทนการรับรองที่สถานทูตไทยได้เมื่อไร
เมื่ออนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 มีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ตามข้อมูลของ HCCH และหน่วยงานไทยประกาศแนวปฏิบัติรองรับ ก่อนหน้านั้นยังต้องใช้ลำดับรับรองแบบเดิม
เอกสารหมดอายุหรือไม่
ตัวสูติบัตรไม่ได้หมดอายุ แต่หน่วยงานผู้รับบางแห่งกำหนดว่าคัดสำเนาหรือหนังสือรับรองต้องออกไม่เกินระยะเวลาที่กำหนด จึงควรถามหน่วยงานผู้รับก่อนดำเนินการ
ต้องใช้ต้นฉบับหรือสำเนารับรอง
แล้วแต่หน่วยงาน บางแห่งขอดูต้นฉบับพร้อมยื่นสำเนา บางแห่งรับสำเนาที่ผ่านการรับรองแล้ว ควรสอบถามล่วงหน้าเพื่อไม่ต้องเดินเรื่องซ้ำ
ต้องการให้ทีมตรวจเอกสารก่อนยื่นสำนักทะเบียนหรือศาล ติดต่อ LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอน เอกสารที่ยังขาด และกรอบเวลาที่เป็นไปได้จริงตามกรณีของคุณ