จดทะเบียนรับรองบุตร (คร.11)
ขั้นตอนและเอกสารสำหรับบิดาที่ต้องการจดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักทะเบียน พร้อมเงื่อนไขความยินยอมของเด็กและมารดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1548
เด็กที่เกิดจากหญิงที่มิได้สมรสกับชายเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 ส่วนฝ่ายบิดาจะเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายได้ก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งตามมาตรา 1547 คือบิดามารดาสมรสกันภายหลัง บิดาจดทะเบียนรับรองบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตร
การจดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักทะเบียนใช้แบบ คร.11 และตามมาตรา 1548 ต้องได้รับความยินยอมทั้งจากเด็กและจากมารดา หากเด็กหรือมารดาไม่มาให้ความยินยอม หรืออยู่ในสภาพที่ให้ความยินยอมไม่ได้ นายทะเบียนจะจดทะเบียนให้ไม่ได้ ฝ่ายบิดาต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาแทน
ผลของการรับรองบุตรคือเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดา มีสิทธิใช้ชื่อสกุล สิทธิในการรับมรดกตามทายาทโดยธรรม และเกิดหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูตามกฎหมาย จึงเป็นเอกสารที่หน่วยงานต่างประเทศมักเรียกดูเมื่อพิจารณาวีซ่าติดตามครอบครัวหรือสิทธิประโยชน์ของบุตร
หากจะนำเอกสารไปใช้ต่างประเทศ ให้ขอคัดสำเนาทะเบียนรับรองบุตรจากสำนักทะเบียน แปลเป็นภาษาปลายทาง แล้วเข้าลำดับรับรองที่กรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางตามที่ผู้รับเอกสารกำหนด
เอกสารที่ต้องเตรียม
- บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของบิดา มารดา และเด็ก (ถ้ามี)
- สูติบัตรของเด็ก
- ทะเบียนบ้านของบิดา มารดา และเด็ก
- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุล (ถ้ามี)
- พยานบุคคลตามที่นายทะเบียนกำหนด
- คำแปลรับรองของเอกสารต่างประเทศ กรณีบิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ
ลำดับขั้นตอน
- ตรวจสอบสถานะทางทะเบียนของเด็กและชื่อบิดาในสูติบัตร
- นัดหมายบิดา มารดา และเด็ก ไปแสดงตนที่สำนักทะเบียนพร้อมกัน
- ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับรองบุตรและให้ถ้อยคำต่อนายทะเบียน
- รับทะเบียนรับรองบุตร (คร.11) และคัดสำเนาสำหรับใช้งาน
- แปลและรับรองคำแปล กรณีต้องใช้ต่างประเทศ
- ยื่นรับรองที่กรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูตปลายทางตามลำดับที่ผู้รับกำหนด
เช็กลิสต์ก่อนยื่น
- ยืนยันว่าเด็กและมารดาสามารถมาให้ความยินยอมได้จริง มิฉะนั้นต้องเตรียมยื่นศาล
- ตรวจการสะกดชื่อในสูติบัตร ทะเบียนบ้าน และหนังสือเดินทางให้ตรงกันทุกฉบับ
- ถามสำนักทะเบียนล่วงหน้าเรื่องจำนวนพยานและเอกสารเพิ่มเติมของท้องที่
- หากใช้ต่างประเทศ ถามผู้รับเอกสารว่าต้องการคำแปลภาษาอะไรและลำดับรับรองแบบใด
คำถามที่พบบ่อย
บิดาจดทะเบียนรับรองบุตรฝ่ายเดียวได้หรือไม่
ไม่ได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1548 กำหนดว่าการจดทะเบียนรับรองบุตรต้องได้รับความยินยอมของเด็กและมารดา หากไม่ได้รับความยินยอม ต้องให้ศาลมีคำพิพากษาแทน
ชื่อบิดาอยู่ในสูติบัตรแล้ว ถือว่าเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายหรือยัง
ยังไม่ถือ การมีชื่อในสูติบัตรเป็นข้อมูลทางทะเบียนราษฎร แต่ความเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายเกิดขึ้นตามมาตรา 1547 คือสมรสกับมารดาภายหลัง จดทะเบียนรับรองบุตร หรือมีคำพิพากษาของศาล
เด็กอายุน้อยมากจนให้ความยินยอมไม่ได้ ต้องทำอย่างไร
กรณีที่เด็กยังไม่อยู่ในวิสัยที่จะให้ความยินยอมได้ นายทะเบียนจะจดทะเบียนให้ไม่ได้ตามมาตรา 1548 ฝ่ายบิดาจึงต้องยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตร
รับรองบุตรแล้วเด็กเปลี่ยนนามสกุลเป็นของบิดาได้ทันทีหรือไม่
เมื่อเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายแล้ว การใช้ชื่อสกุลของบิดาทำได้ตามหลักเกณฑ์งานทะเบียนของกรมการปกครอง โดยต้องยื่นเรื่องกับสำนักทะเบียนเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ไม่ได้เปลี่ยนโดยอัตโนมัติ
บิดาเป็นชาวต่างชาติต้องเตรียมอะไรเพิ่ม
โดยทั่วไปต้องมีหนังสือเดินทาง เอกสารแสดงสถานภาพสมรสหรือโสด และเอกสารต่างประเทศที่แปลเป็นไทยพร้อมรับรองคำแปลตามที่สำนักทะเบียนกำหนด รายละเอียดต่างกันตามท้องที่ ควรสอบถามล่วงหน้า
ทะเบียนรับรองบุตรใช้ยื่นวีซ่าต่างประเทศได้หรือไม่
ใช้ได้เมื่อสถานเอกอัครราชทูตปลายทางยอมรับ โดยทั่วไปต้องคัดสำเนาจากสำนักทะเบียน แปลเป็นภาษาที่กำหนด และผ่านการรับรองของกรมการกงสุลก่อน แล้วจึงยื่นตามข้อกำหนดของสถานทูตนั้น
การรับรองบุตรมีผลต่อสิทธิรับมรดกอย่างไร
เมื่อเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาแล้ว เด็กเป็นทายาทโดยธรรมลำดับผู้สืบสันดานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 และมีสิทธิรับมรดกของบิดาตามส่วนที่กฎหมายกำหนด
ถ้ามารดาไม่ยินยอมเพราะมีข้อพิพาทกัน จะทำอย่างไร
ต้องใช้ช่องทางศาล โดยยื่นคำฟ้องหรือคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวขอให้ศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตร ศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานรวมถึงผลตรวจทางวิทยาศาสตร์หากมีการร้องขอ
ต้องการให้ทีมตรวจเอกสารก่อนยื่นสำนักทะเบียนหรือศาล ติดต่อ LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอน เอกสารที่ยังขาด และกรอบเวลาที่เป็นไปได้จริงตามกรณีของคุณ