รับบุตรบุญธรรมโดยชาวต่างชาติ
เส้นทางเอกสารสำหรับผู้ขอรับที่เป็นคนต่างด้าวหรือมีถิ่นที่อยู่ต่างประเทศ ผ่านศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรมกิจการเด็กและเยาวชน ภายใต้อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1993
ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองเด็กและความร่วมมือในการรับรองบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ ค.ศ. 1993 การรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมโดยผู้ขอรับที่มีถิ่นที่อยู่ต่างประเทศจึงต้องเดินผ่านหน่วยงานกลางของทั้งสองประเทศ ไม่ใช่การตกลงกันเองระหว่างครอบครัว
ฝั่งไทย ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวง พม. เป็นผู้รับเรื่องและเสนอคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมพิจารณา ส่วนฝั่งประเทศผู้รับจะมีองค์กรที่ได้รับอนุญาตจัดทำรายงานการศึกษาสภาพครอบครัว (home study) และหนังสือรับรองคุณสมบัติของผู้ขอรับ
เอกสารจากต่างประเทศทุกฉบับ เช่น home study สูติบัตร ทะเบียนสมรส ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองรายได้ และหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรม ต้องผ่านการรับรองตามลำดับของประเทศต้นทางและสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปลตามที่หน่วยงานไทยกำหนด
หลังผ่านการอนุมัติและการทดลองเลี้ยงดูตามที่กฎหมายกำหนด จึงจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม ทั้งนี้เงื่อนไขการเข้าเมืองและสัญชาติของเด็กในประเทศปลายทางเป็นไปตามกฎหมายของประเทศนั้น ควรตรวจสอบกับหน่วยงานกลางของประเทศผู้รับควบคู่กันไป
เอกสารที่ต้องเตรียม
- รายงานการศึกษาสภาพครอบครัว (home study) จากองค์กรที่ได้รับอนุญาต
- หนังสือเดินทาง สูติบัตร และทะเบียนสมรสของผู้ขอรับ
- ใบรับรองแพทย์และหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรม
- หลักฐานรายได้ ทรัพย์สิน และที่อยู่อาศัย
- หนังสือรับรองคุณสมบัติผู้ขอรับจากหน่วยงานกลางของประเทศผู้รับ
- คำแปลภาษาไทยที่ผ่านการรับรอง พร้อมชุดรับรองของสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย
ลำดับขั้นตอน
- ติดต่อหน่วยงานกลางหรือองค์กรที่ได้รับอนุญาตในประเทศที่พำนัก เพื่อจัดทำ home study
- รวบรวมเอกสารส่วนบุคคลและรับรองตามลำดับของประเทศต้นทาง
- รับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย แล้วแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปล
- ยื่นแฟ้มต่อศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรมกิจการเด็กและเยาวชน
- ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการฯ และการทดลองเลี้ยงดูตามที่กฎหมายกำหนด
- จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม และดำเนินเรื่องเข้าเมืองหรือสัญชาติในประเทศปลายทาง
เช็กลิสต์ก่อนยื่น
- ตรวจว่าเอกสารต่างประเทศยังไม่หมดอายุตามเกณฑ์ของหน่วยงานไทยเมื่อถึงวันยื่น
- ประสานหน่วยงานกลางทั้งสองประเทศไปพร้อมกัน อย่าดำเนินการฝ่ายเดียว
- หลีกเลี่ยงการรับเด็กโดยตกลงกับครอบครัวเองโดยไม่ผ่านหน่วยงานกลาง
- เตรียมชุดคำแปลไทยที่ใช้คำเรียกหน่วยงานและชื่อบุคคลตรงกันทุกฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
ชาวต่างชาติรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมโดยตกลงกับครอบครัวเด็กเองได้หรือไม่
ไม่ใช่เส้นทางที่ถูกต้อง การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 และเมื่อผู้ขอรับมีถิ่นที่อยู่ต่างประเทศยังอยู่ในกรอบอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1993 จึงต้องผ่านหน่วยงานกลางของทั้งสองประเทศ
home study คืออะไรและใครเป็นผู้จัดทำ
คือรายงานการศึกษาสภาพครอบครัวและความเหมาะสมของผู้ขอรับ จัดทำโดยหน่วยงานกลางหรือองค์กรที่ได้รับอนุญาตในประเทศที่ผู้ขอรับมีถิ่นที่อยู่ แล้วส่งมาประกอบแฟ้มที่ยื่นในไทย
เอกสารต่างประเทศต้อง Apostille หรือไม่
ก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย เอกสารยังต้องผ่านลำดับรับรองของประเทศต้นทางและสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย เมื่ออนุสัญญามีผลแล้วให้ยึดแนวปฏิบัติที่หน่วยงานไทยประกาศเป็นหลัก
ต้องเดินทางมาประเทศไทยกี่ครั้ง
ขึ้นกับขั้นตอนที่หน่วยงานกำหนดในแต่ละกรณี เช่น การพบเด็ก การทดลองเลี้ยงดู และการจดทะเบียน จึงควรวางแผนการเดินทางตามกำหนดนัดของหน่วยงาน ไม่ใช่ตามการคาดคะเนล่วงหน้า
เด็กได้สัญชาติของประเทศผู้รับโดยอัตโนมัติหรือไม่
ไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายไทยกำหนด การได้สัญชาติหรือสิทธิเข้าเมืองเป็นไปตามกฎหมายของประเทศผู้รับ ต้องตรวจสอบกับหน่วยงานของประเทศนั้นแยกต่างหาก
แปลเอกสารเป็นภาษาไทยโดยใครก็ได้ไหม
หน่วยงานไทยกำหนดให้คำแปลผ่านการรับรองตามที่ระเบียบกำหนด งานส่วนนี้ควรใช้ผู้แปลที่จัดทำคำรับรองคำแปลและผ่านขั้นตอนรับรองของกรมการกงสุลได้ เพื่อลดความเสี่ยงถูกตีกลับ
คู่สมรสเพศเดียวกันยื่นได้หรือไม่
คุณสมบัติผู้ขอรับพิจารณาตามกฎหมายไทยที่ใช้บังคับในขณะยื่น ประกอบกับเงื่อนไขของประเทศผู้รับ จึงควรสอบถามศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมโดยตรงก่อนเตรียมแฟ้ม
ระยะเวลาดำเนินการนานเท่าไร
ไม่มีกรอบเวลาที่รับประกันได้ เพราะขึ้นกับคิวพิจารณาของคณะกรรมการฯ ระยะทดลองเลี้ยงดู และการประสานงานของหน่วยงานกลางสองประเทศ ให้ยึดกำหนดที่หน่วยงานแจ้งเป็นรายกรณี
ต้องการให้ทีมตรวจเอกสารก่อนยื่นสำนักทะเบียนหรือศาล ติดต่อ LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอน เอกสารที่ยังขาด และกรอบเวลาที่เป็นไปได้จริงตามกรณีของคุณ