N
NYC Legal
Notary · Translation

เอกสารที่ทนาย Notary Public รับรองได้ — ครบ 6 กลุ่ม

ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ รับรองได้ 3 ลักษณะหลัก คือ รับรองสำเนาถูกต้อง รับรองลายมือชื่อที่ลงต่อหน้า และรับคำสาบานในคำให้การเป็นหนังสือ หน้านี้รวบรวมเอกสารทั้งหมดตามกลุ่มการใช้งาน พร้อมเช็กลิสต์และข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนยื่น

เอกสารส่วนบุคคลและทะเบียนราษฎร

สำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส/หย่า และหนังสือรับรองสถานภาพ — กลุ่มที่ถูกขอให้รับรองบ่อยที่สุดสำหรับการยื่นวีซ่า สมรส และเรียนต่อ

เอกสารส่วนบุคคลคือกลุ่มที่ผู้ใช้บริการนำมาให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารมากที่สุด เหตุผลตรงไปตรงมา คือ แทบทุกกระบวนการข้ามประเทศ ตั้งแต่การยื่นวีซ่า การสมรสในต่างแดน การสมัครเรียน ไปจนถึงการเปิดบัญชีธนาคารต่างประเทศ ล้วนเริ่มต้นจากการพิสูจน์ตัวตนและสถานะทางทะเบียนของบุคคล หน่วยงานปลายทางไม่สามารถตรวจสอบทะเบียนราษฎรของไทยได้โดยตรง จึงอาศัยคำรับรองของบุคคลที่กฎหมายไทยรับรองสถานะไว้แทน

สิ่งที่ทนายรับรองในกลุ่มนี้มีสองลักษณะที่ต้องแยกให้ชัด ลักษณะแรกคือการรับรองสำเนาถูกต้อง (certified true copy) ทนายจะเปรียบเทียบสำเนากับต้นฉบับที่อยู่ตรงหน้า แล้วลงถ้อยคำรับรองว่าสำเนานั้นตรงกับต้นฉบับที่ได้ตรวจสอบ ไม่ได้เป็นการรับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง ลักษณะที่สองคือการรับรองลายมือชื่อ ผู้ลงนามต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนาย และทนายตรวจบัตรประจำตัวเพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ระบุในเอกสาร ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการส่งเอกสารที่เซ็นมาแล้วล่วงหน้ามาให้รับรองย้อนหลัง ซึ่งทำไม่ได้ตามหลักการของการรับรองลายมือชื่อ

คำให้การเป็นหนังสือ (affidavit หรือ statutory declaration) เป็นอีกรูปแบบที่ใช้มากในกลุ่มเอกสารส่วนบุคคล โดยเฉพาะหนังสือรับรองสถานภาพโสดสำหรับจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางกับผู้ปกครองฝ่ายเดียว และคำให้การรับรองว่าบุคคลที่ปรากฏชื่อในเอกสารหลายฉบับด้วยการสะกดต่างกันเป็นบุคคลเดียวกัน จุดที่ต้องระวังคือเนื้อความในคำให้การต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้ให้คำสาบานรู้เห็นด้วยตนเอง ทนายไม่รับรองข้อเท็จจริงแทนผู้ให้คำสาบาน แต่รับรองว่าบุคคลนั้นได้สาบานและลงลายมือชื่อต่อหน้า

ปัญหาที่ทำให้เอกสารกลุ่มนี้ถูกตีกลับบ่อยที่สุดมีสามข้อ ข้อแรกคือการสะกดชื่อภาษาอังกฤษไม่ตรงกันระหว่างหนังสือเดินทางกับคำแปลเอกสารทะเบียนราษฎร ควรยึดการสะกดตามหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลักเสมอ ข้อที่สองคือการใช้สำเนาของสำเนา หน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่ต้องการให้เทียบกับต้นฉบับที่ออกโดยราชการ ไม่ใช่สำเนาที่ถ่ายต่อกันมา ข้อที่สามคืออายุเอกสาร ทะเบียนบ้านหรือหนังสือรับรองสถานภาพที่ออกไว้นานเกินกำหนดของปลายทางจะไม่ถูกรับพิจารณา แม้จะผ่านการรับรองครบทุกขั้นแล้วก็ตาม

ในแง่ของการนำไปใช้ต่างประเทศ เอกสารที่ต้องนำไปใช้ต่างประเทศในเวลานี้ยังต้องเดินตามลำดับเดิม คือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง เนื่องจากอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ดังนั้นการวางแผนเวลาจึงควรเผื่อทั้งสามขั้นตอน และควรตรวจสอบกับสถานทูตปลายทางก่อนทุกครั้งว่าต้องการคำแปลภาษาใด และต้องการให้คำแปลผ่านการรับรองโดยผู้ใดก่อนยื่น

ข้อจำกัดที่ผู้ใช้บริการควรทราบคือ ทนายความผู้ทำคำรับรองในประเทศไทยไม่มีอำนาจออกเอกสารทะเบียนราษฎรใหม่ ไม่มีอำนาจแก้ไขข้อมูลในทะเบียน และไม่สามารถรับรองเอกสารที่ตนเองมีส่วนได้เสีย หากเอกสารต้นฉบับสูญหายหรือมีข้อมูลผิด ต้องกลับไปขอคัดใหม่หรือขอแก้ไขที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่ออกเอกสารก่อน แล้วจึงนำฉบับที่ถูกต้องมาดำเนินการรับรอง

เอกสารในกลุ่มนี้

รูปแบบการรับรองที่ใช้

เช็กลิสต์ก่อนมาดำเนินการ

คำถามที่พบบ่อย

รับรองสำเนาพาสปอร์ตโดยไม่นำเล่มจริงมาได้ไหม

ไม่ได้ การรับรองสำเนาถูกต้องคือการยืนยันว่าสำเนาตรงกับต้นฉบับที่ทนายได้ตรวจด้วยตนเอง จึงต้องนำเล่มจริงมาแสดงในวันที่รับรอง

เซ็นเอกสารมาก่อนแล้วให้ทนายรับรองลายมือชื่อย้อนหลังได้หรือไม่

ไม่ได้ ผู้ลงนามต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายพร้อมแสดงบัตรประจำตัว หากเซ็นมาแล้วต้องเซ็นใหม่ในฉบับที่จะรับรอง

หนังสือรับรองสถานภาพโสดต้องขอจากที่ใด

ขอได้ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอตามภูมิลำเนา ส่วนคำให้การยืนยันสถานภาพที่ทำต่อหน้าทนายเป็นคนละฉบับ ควรตรวจกับหน่วยงานปลายทางว่าต้องการแบบใดหรือทั้งสองแบบ

เอกสารการศึกษาและคุณวุฒิ

ปริญญาบัตร ทรานสคริปต์ หนังสือรับรองการเป็นนักเรียน ใบประกอบวิชาชีพ และแฟ้มผลงาน สำหรับเรียนต่อ เทียบวุฒิ และสมัครงานต่างประเทศ

เอกสารการศึกษาเป็นกลุ่มที่มีรายละเอียดปลีกย่อยมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะผู้รับปลายทางมีทั้งมหาวิทยาลัย หน่วยงานเทียบวุฒิ สภาวิชาชีพ นายจ้าง และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง แต่ละฝ่ายกำหนดรูปแบบการรับรองไม่เหมือนกัน มหาวิทยาลัยบางแห่งยอมรับเพียงสำเนาที่รับรองโดยทนายหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ขณะที่หน่วยงานเทียบวุฒิบางประเทศต้องการให้สถาบันการศึกษาส่งเอกสารถึงตนโดยตรง การถามเงื่อนไขให้ชัดก่อนเริ่มจึงช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด

การรับรองที่ใช้บ่อยที่สุดในกลุ่มนี้คือการรับรองสำเนาถูกต้องของปริญญาบัตรและทรานสคริปต์ หลักการเดียวกับเอกสารส่วนบุคคล คือ ต้องมีต้นฉบับให้ตรวจ ในกรณีที่ทรานสคริปต์ถูกออกในซองปิดผนึกและมีข้อความกำกับว่าจะเป็นโมฆะเมื่อเปิด ควรสอบถามปลายทางก่อนว่าจะยอมรับสำเนารับรองหรือไม่ เพราะเมื่อเปิดซองแล้วเอกสารอาจใช้ยื่นตรงไม่ได้อีก ทางเลือกที่ปลอดภัยคือขอทรานสคริปต์เพิ่มอีกหนึ่งชุดจากสถาบันเพื่อใช้ทำสำเนารับรองโดยเฉพาะ

ประเด็นชื่อและการสะกดเป็นสาเหตุการถูกตีกลับที่พบมากในเอกสารการศึกษา ผู้สมัครจำนวนมากจบการศึกษาก่อนทำหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน ทำให้การสะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษในปริญญาบัตรไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง วิธีแก้ที่หน่วยงานส่วนใหญ่ยอมรับคือทำคำให้การเป็นหนังสือยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน แนบสำเนาหนังสือเดินทางและเอกสารการศึกษาไว้ท้ายคำให้การ แล้วรับรองทั้งชุดพร้อมกัน อีกกรณีที่คล้ายกันคือผู้ที่เปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลหลังสมรส ให้แนบหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อหรือทะเบียนสมรสประกอบ

คำแปลเป็นอีกจุดที่ต้องพิถีพิถัน ชื่อปริญญาและชื่อคณะต้องแปลตามที่สถาบันใช้อย่างเป็นทางการ ไม่ควรแปลใหม่ตามความเข้าใจของผู้แปล ระบบคะแนนควรคงตัวเลขและมาตราส่วนตามต้นฉบับ ไม่ควรแปลงเป็นระบบของประเทศปลายทางเอง เพราะหน่วยงานเทียบวุฒิจะเป็นผู้แปลงค่าเอง หากคำแปลแปลงคะแนนไว้ล่วงหน้า อาจถูกมองว่าเป็นการดัดแปลงเอกสาร

สำหรับการนำไปใช้ต่างประเทศ เอกสารที่ต้องนำไปใช้ต่างประเทศในเวลานี้ยังต้องเดินตามลำดับเดิม คือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง เนื่องจากอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ผู้ที่มีกำหนดเปิดภาคเรียนหรือกำหนดยื่นคำขอที่แน่นอนควรนับเวลาถอยหลังจากวันยื่นจริง เผื่อเวลาการขอเอกสารเพิ่มจากสถาบันการศึกษาไว้ด้วย เพราะบางสถาบันใช้เวลาออกเอกสารหลายวันทำการ

สิ่งที่ทนายไม่สามารถทำได้ในกลุ่มนี้ คือ การรับรองว่าวุฒิการศึกษาเทียบเท่ากับวุฒิของประเทศใด การรับรองว่าสถาบันได้รับการรับรองวิทยฐานะจากหน่วยงานต่างประเทศ หรือการยืนยันความถูกต้องแท้จริงของเอกสารที่สถาบันออก อำนาจของทนายจำกัดอยู่ที่การรับรองสำเนา ลายมือชื่อ และคำสาบานเท่านั้น การเทียบวุฒิเป็นอำนาจของหน่วยงานเฉพาะ เช่น หน่วยงานประเมินคุณวุฒิของประเทศปลายทาง

เอกสารในกลุ่มนี้

รูปแบบการรับรองที่ใช้

เช็กลิสต์ก่อนมาดำเนินการ

คำถามที่พบบ่อย

ทรานสคริปต์ในซองปิดผนึกต้องเปิดซองเพื่อรับรองหรือไม่

การรับรองสำเนาต้องเทียบกับเอกสารจริง จึงต้องเปิดซอง แนะนำให้ขอเอกสารเพิ่มอีกชุดจากสถาบันเพื่อเก็บฉบับปิดผนึกไว้ยื่นตรง

ชื่อในปริญญาบัตรสะกดไม่ตรงกับพาสปอร์ตแก้อย่างไร

ทำคำให้การเป็นหนังสือยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน พร้อมแนบสำเนาหนังสือเดินทางและเอกสารการศึกษา แล้วรับรองทั้งชุดไปพร้อมกัน

ทนายรับรองว่าวุฒิของเราเทียบเท่าปริญญาต่างประเทศได้ไหม

ไม่ได้ การเทียบวุฒิเป็นอำนาจของหน่วยงานประเมินคุณวุฒิในประเทศปลายทาง ทนายรับรองได้เฉพาะสำเนา ลายมือชื่อ และคำสาบาน

เอกสารการเงินและภาษี

หนังสือรับรองยอดเงินฝาก รายการเดินบัญชี หนังสือรับรองรายได้ เอกสารภาษี และหนังสือรับรองผู้สนับสนุนทางการเงิน สำหรับวีซ่าและการลงทุน

เอกสารการเงินเป็นกลุ่มที่หน่วยงานปลายทางตรวจละเอียดที่สุด เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประเมินความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและการป้องกันการฟอกเงิน สถานทูตและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองหลายแห่งไม่ได้ดูเพียงยอดคงเหลือ แต่ดูความสม่ำเสมอของกระแสเงินเข้าออก ระยะเวลาที่เงินอยู่ในบัญชี และความสอดคล้องกับรายได้ที่แจ้งไว้ การเตรียมเอกสารจึงควรเล่าเรื่องการเงินให้ครบถ้วนตรงกัน ไม่ใช่เพียงหาเอกสารที่แสดงตัวเลขสูงที่สุด

บทบาทของทนายความผู้ทำคำรับรองในกลุ่มนี้คือการรับรองสำเนาถูกต้องของเอกสารที่ธนาคารหรือหน่วยงานภาษีออกให้ และการรับรองลายมือชื่อในหนังสือรับรองการสนับสนุนทางการเงิน สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ทนายไม่ได้รับรองว่ายอดเงินในเอกสารเป็นความจริง ไม่ได้ตรวจสอบกับธนาคาร และไม่ได้รับรองฐานะทางการเงินของผู้ยื่น การรับรองจำกัดอยู่ที่ความตรงกันของสำเนากับต้นฉบับ และการที่ผู้ลงนามได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายจริง

หนังสือรับรองการสนับสนุนทางการเงินเป็นเอกสารที่มักถูกขอให้รับรองลายมือชื่อ เนื้อความควรระบุให้ครบว่าผู้สนับสนุนคือใคร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับผู้ได้รับการสนับสนุน จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรายการใด ในช่วงเวลาใด และมีแหล่งรายได้จากอะไร ควรแนบเอกสารประกอบให้สอดคล้อง เช่น หนังสือรับรองเงินเดือนหรือเอกสารภาษีของผู้สนับสนุน หากผู้สนับสนุนอยู่ต่างประเทศและไม่สามารถเดินทางมาลงนามได้ ต้องดำเนินการรับรองลายมือชื่อกับผู้มีอำนาจในประเทศนั้น เพราะทนายไทยรับรองได้เฉพาะการลงนามที่เกิดขึ้นต่อหน้าตนเอง

จุดที่ทำให้เอกสารการเงินถูกปฏิเสธบ่อย ได้แก่ การใช้ภาพถ่ายหน้าจอแอปพลิเคชันธนาคารแทนเอกสารที่ธนาคารออกให้ การนำเงินก้อนใหญ่เข้าบัญชีก่อนวันขอหนังสือรับรองไม่กี่วันโดยไม่มีคำอธิบายแหล่งที่มา และการยื่นเอกสารที่ออกไว้นานเกินกำหนดของปลายทาง อีกกรณีที่พบคือชื่อเจ้าของบัญชีสะกดต่างจากหนังสือเดินทาง ซึ่งควรแก้ที่ธนาคารตั้งแต่ต้นทาง หรือแนบคำให้การยืนยันความเป็นบุคคลเดียวกัน

เมื่อเอกสารการเงินต้องนำไปใช้ต่างประเทศ เอกสารที่ต้องนำไปใช้ต่างประเทศในเวลานี้ยังต้องเดินตามลำดับเดิม คือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง เนื่องจากอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ควรตรวจกับสถานทูตปลายทางด้วยว่าจะรับเอกสารธนาคารที่ออกเป็นภาษาอังกฤษโดยตรงหรือไม่ เพราะหลายกรณีธนาคารออกเป็นภาษาอังกฤษได้อยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องเพิ่มขั้นตอนการแปล

ในด้านการคุ้มครองข้อมูล ควรเปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการพิจารณา และเก็บสำเนาที่ผ่านการรับรองไว้เป็นหลักฐานว่าได้ยื่นเอกสารชุดใดไปเมื่อใด หากปลายทางอนุญาตให้ปกปิดเลขบัญชีบางส่วนหรือรายการที่ไม่เกี่ยวข้อง ควรใช้สิทธินั้นเพื่อลดความเสี่ยงจากการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกินความจำเป็น

เอกสารในกลุ่มนี้

รูปแบบการรับรองที่ใช้

เช็กลิสต์ก่อนมาดำเนินการ

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ภาพถ่ายหน้าจอแอปธนาคารยื่นแทนหนังสือรับรองได้ไหม

โดยทั่วไปไม่ได้ หน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่ต้องการเอกสารที่ธนาคารออกให้พร้อมตราประทับและลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ ควรตรวจเงื่อนไขของปลายทางก่อน

ทนายรับรองว่ายอดเงินในบัญชีเป็นความจริงได้หรือไม่

ไม่ได้ ทนายรับรองได้เพียงว่าสำเนาตรงกับต้นฉบับที่นำมาแสดง หรือผู้ลงนามได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าเท่านั้น

ผู้สนับสนุนอยู่ต่างประเทศ ให้ทนายไทยรับรองลายมือชื่อได้ไหม

ไม่ได้ ต้องรับรองกับผู้มีอำนาจรับรองในประเทศที่ผู้สนับสนุนอยู่ เพราะการรับรองลายมือชื่อต้องเกิดต่อหน้าผู้รับรอง

เอกสารนิติบุคคลและธุรกิจ

หนังสือรับรองบริษัท บอจ. รายงานการประชุม หนังสือมอบอำนาจกรรมการ สัญญาการค้า และเอกสารเปิดบริษัทในต่างประเทศ

เอกสารนิติบุคคลมีความซับซ้อนกว่ากลุ่มอื่น เพราะผู้ลงนามไม่ได้ลงนามในฐานะส่วนตัว แต่ลงนามผูกพันนิติบุคคล การรับรองจึงต้องตอบคำถามสองชั้น ชั้นแรกคือบุคคลที่มาลงนามเป็นบุคคลตามบัตรประจำตัวจริงหรือไม่ ชั้นที่สองคือบุคคลนั้นมีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลตามที่ปรากฏในหนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ทุกครั้งที่รับรองเอกสารบริษัท จึงต้องมีหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับคัดใหม่ประกอบเสมอ

รูปแบบการรับรองที่ใช้บ่อยที่สุดคือการรับรองลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจในหนังสือมอบอำนาจ ในการตั้งตัวแทน การเปิดบัญชีธนาคารต่างประเทศ การจดทะเบียนบริษัทลูก และการยื่นเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ ถัดมาคือการรับรองสำเนาถูกต้องของเอกสารจดทะเบียนชุด บอจ. และหนังสือบริคณห์สนธิ และการรับรองมติที่ประชุมซึ่งมักถูกขอควบคู่กับหนังสือมอบอำนาจ เพื่อยืนยันว่าการมอบอำนาจนั้นผ่านกระบวนการภายในของบริษัทถูกต้อง

จุดที่พบข้อผิดพลาดมากที่สุดคือเงื่อนไขการลงนาม หนังสือรับรองของบริษัทไทยจำนวนมากกำหนดให้กรรมการสองคนลงนามร่วมกันและประทับตราสำคัญ หากมาลงนามเพียงคนเดียวหรือลืมประทับตรา เอกสารจะไม่ผูกพันบริษัทและมักถูกปฏิเสธที่ปลายทาง อีกจุดหนึ่งคืออายุของหนังสือรับรอง เอกสารที่คัดไว้นานอาจไม่สะท้อนรายชื่อกรรมการปัจจุบัน ปลายทางจึงมักกำหนดให้คัดใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ในการทำธุรกรรมข้ามประเทศ เอกสารชุดบริษัทมักถูกใช้เป็นชุดเดียวกันหลายที่ เช่น ยื่นธนาคาร ยื่นหน่วยงานทะเบียน และยื่นคู่ค้าพร้อมกัน แนวปฏิบัติที่ช่วยลดเวลาคือจัดทำสำเนารับรองหลายชุดตั้งแต่ต้น และจัดเรียงเอกสารเป็นชุดเดียวกันทุกฉบับ พร้อมสารบัญกำกับ เพื่อให้ผู้ตรวจสอบเห็นความเชื่อมโยงระหว่างหนังสือรับรอง มติที่ประชุม และหนังสือมอบอำนาจได้ทันที

สำหรับการใช้ในต่างประเทศ เอกสารที่ต้องนำไปใช้ต่างประเทศในเวลานี้ยังต้องเดินตามลำดับเดิม คือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง เนื่องจากอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าประเทศปลายทางกำหนดถ้อยคำเฉพาะในหนังสือมอบอำนาจหรือไม่ หลายประเทศมีแบบฟอร์มของตนเองที่ต้องใช้ตามนั้น การเขียนขึ้นเองอาจทำให้ต้องทำใหม่ทั้งชุด

ขอบเขตที่ทนายไม่รับรอง ได้แก่ ความถูกต้องของเนื้อหาทางบัญชี ความสมบูรณ์ของสัญญาในทางกฎหมายของประเทศปลายทาง และฐานะทางการเงินของบริษัท หากธุรกรรมมีมูลค่าสูงหรือมีผลผูกพันระยะยาว ควรให้ที่ปรึกษากฎหมายของประเทศปลายทางตรวจร่างก่อนนำมาลงนามและรับรอง เพื่อไม่ให้ต้องแก้ไขหลังผ่านขั้นตอนรับรองไปแล้ว

เอกสารในกลุ่มนี้

รูปแบบการรับรองที่ใช้

เช็กลิสต์ก่อนมาดำเนินการ

คำถามที่พบบ่อย

กรรมการมาลงนามคนเดียวได้ไหมถ้าหนังสือรับรองระบุให้ลงนามสองคน

ไม่ได้ ต้องลงนามให้ครบตามเงื่อนไขในหนังสือรับรองและประทับตราสำคัญหากกำหนดไว้ มิฉะนั้นเอกสารจะไม่ผูกพันบริษัท

หนังสือรับรองบริษัทต้องคัดใหม่หรือไม่

ควรคัดใหม่ เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่กำหนดอายุเอกสารและต้องการรายชื่อกรรมการที่เป็นปัจจุบัน

ต้องมีรายงานการประชุมประกอบหนังสือมอบอำนาจเสมอไหม

ขึ้นอยู่กับธุรกรรมและข้อบังคับบริษัท ธุรกรรมที่ต้องมีมติรองรับควรแนบมติที่ประชุมไปด้วยเพื่อลดโอกาสถูกสอบถามเพิ่ม

เอกสารอสังหาริมทรัพย์และมรดก

หนังสือมอบอำนาจซื้อขายที่ดิน โฉนด สัญญาเช่า พินัยกรรม และเอกสารจัดการมรดกสำหรับผู้ที่อยู่ต่างประเทศ

เอกสารเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นกลุ่มที่ความผิดพลาดมีต้นทุนสูงที่สุด เพราะหากถ้อยคำในหนังสือมอบอำนาจไม่ครอบคลุมการกระทำที่ต้องทำจริง เจ้าพนักงานที่ดินอาจไม่รับดำเนินการ และผู้มอบอำนาจซึ่งมักอยู่ต่างประเทศต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด การเตรียมเอกสารกลุ่มนี้จึงควรเริ่มจากการถามหน่วยงานที่จะใช้จริงว่าต้องการแบบฟอร์มใด เพราะการมอบอำนาจเกี่ยวกับที่ดินในประเทศไทยมีแบบฟอร์มเฉพาะที่กรมที่ดินกำหนดไว้

บทบาทของทนายความผู้ทำคำรับรองในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่คือการรับรองลายมือชื่อผู้มอบอำนาจที่อยู่ในประเทศไทยแต่จะส่งเอกสารไปใช้ต่างประเทศ หรือรับรองลายมือชื่อชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยและต้องส่งเอกสารกลับไปดำเนินการที่ประเทศของตน นอกจากนี้ยังมีการรับรองการพิมพ์ลายนิ้วมือสำหรับผู้ที่ไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ ซึ่งต้องทำต่อหน้าทนายพร้อมพยานตามที่กฎหมายกำหนด

รายละเอียดที่ต้องเขียนให้ครบในหนังสือมอบอำนาจเกี่ยวกับทรัพย์สิน ได้แก่ ตัวตนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจพร้อมเลขประจำตัว รายละเอียดทรัพย์สินที่ระบุได้เฉพาะเจาะจง ขอบเขตอำนาจที่ให้ทำ เช่น ให้ขาย ให้จำนอง ให้รับเงิน ให้ยื่นคำขอจดทะเบียน และระยะเวลาที่หนังสือมอบอำนาจมีผล การเขียนกว้างเกินไปอาจถูกปฏิเสธเพราะไม่ชัดเจน ส่วนการเขียนแคบเกินไปอาจทำให้ผู้รับมอบอำนาจทำธุรกรรมไม่จบในคราวเดียว

เรื่องพินัยกรรมและการจัดการมรดกมีข้อควรระวังเป็นพิเศษ พินัยกรรมมีแบบตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด และการรับรองลายมือชื่อโดยทนายไม่ได้ทำให้เอกสารที่ผิดแบบกลายเป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์ ผู้ที่มีทรัพย์สินในหลายประเทศควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายทั้งในไทยและประเทศที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ก่อนจัดทำ เพื่อไม่ให้เอกสารฉบับหลังลบล้างฉบับก่อนโดยไม่ตั้งใจ

สำหรับเอกสารที่ทำในไทยแล้วนำไปใช้ต่างประเทศ เอกสารที่ต้องนำไปใช้ต่างประเทศในเวลานี้ยังต้องเดินตามลำดับเดิม คือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง เนื่องจากอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ในทางกลับกัน เอกสารที่ทำในต่างประเทศเพื่อนำมาใช้กับสำนักงานที่ดินในไทย ต้องผ่านการรับรองตามระบบของประเทศนั้นและผ่านสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยตามที่หน่วยงานไทยกำหนด

สุดท้าย ควรเก็บสำเนาชุดที่ผ่านการรับรองไว้ทุกครั้ง และบันทึกวันที่ยื่นและชื่อหน่วยงานที่รับเรื่อง หากเอกสารสูญหายระหว่างจัดส่ง การมีสำเนาและบันทึกจะช่วยให้จัดทำใหม่ได้เร็วขึ้น และเป็นหลักฐานยืนยันเจตนาของผู้มอบอำนาจในช่วงเวลาดังกล่าว

เอกสารในกลุ่มนี้

รูปแบบการรับรองที่ใช้

เช็กลิสต์ก่อนมาดำเนินการ

คำถามที่พบบ่อย

หนังสือมอบอำนาจซื้อขายที่ดินใช้แบบฟอร์มอะไร

การมอบอำนาจต่อสำนักงานที่ดินมีแบบฟอร์มเฉพาะที่กรมที่ดินกำหนด ควรตรวจกับสำนักงานที่ดินที่จะยื่นก่อนจัดทำและลงนาม

ทนายรับรองพินัยกรรมให้สมบูรณ์ตามกฎหมายได้หรือไม่

การรับรองลายมือชื่อไม่ได้ทำให้พินัยกรรมที่ทำผิดแบบสมบูรณ์ พินัยกรรมต้องทำตามแบบที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด

ผู้ที่เขียนหนังสือไม่ได้จะลงนามอย่างไร

สามารถพิมพ์ลายนิ้วมือต่อหน้าทนายพร้อมพยานตามที่กฎหมายกำหนด และทนายจะรับรองการพิมพ์ลายนิ้วมือนั้น

เอกสารเฉพาะทางและกรณีพิเศษ

หนังสือรับรองความประพฤติ หนังสือรับรองการมีชีวิต เอกสารทางการแพทย์ เอกสารรับบุตรบุญธรรม สิทธิบัตร และเอกสารสำหรับหน่วยงานเฉพาะ

กลุ่มเอกสารเฉพาะทางรวมกรณีที่ไม่เข้าหมวดทั่วไป แต่เกิดขึ้นสม่ำเสมอ ตัวอย่างที่พบบ่อยคือหนังสือรับรองการมีชีวิตของผู้รับบำนาญจากต่างประเทศที่พำนักในไทย ระบบบำนาญของหลายประเทศกำหนดให้ผู้รับต้องพิสูจน์การมีชีวิตเป็นรายปี โดยให้ผู้มีอำนาจรับรองยืนยันว่าผู้รับมาปรากฏตัวต่อหน้าจริงในวันที่ระบุ กรณีนี้ผู้รับบำนาญต้องมาด้วยตนเองเท่านั้น ไม่สามารถให้ผู้อื่นมาแทนหรือส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์ได้

อีกกลุ่มที่พบมากคือหนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ยื่นวีซ่าถาวร ขอใบอนุญาตทำงาน หรือขึ้นทะเบียนวิชาชีพในต่างประเทศ เอกสารนี้ออกโดยหน่วยงานตำรวจตามขั้นตอนของหน่วยงาน ทนายทำหน้าที่รับรองสำเนาถูกต้องหรือรับรองคำแปลควบคู่กับต้นฉบับเท่านั้น ไม่มีอำนาจออกหรือเร่งรัดการออกเอกสารดังกล่าว ผู้ยื่นควรเผื่อเวลาตามที่หน่วยงานผู้ออกกำหนดไว้

เอกสารทางการแพทย์มีข้อจำกัดชัดเจน ทนายรับรองได้ว่าสำเนาตรงกับต้นฉบับที่แพทย์หรือสถานพยาบาลออกให้ แต่ไม่สามารถรับรองความถูกต้องของผลการวินิจฉัยหรือความเห็นทางการแพทย์ หากปลายทางต้องการการยืนยันจากผู้ประกอบวิชาชีพ ต้องให้แพทย์เป็นผู้ลงนามรับรองเนื้อหาเอง ส่วนทนายรับรองได้เพียงลายมือชื่อของแพทย์ที่ลงนามต่อหน้า

เรื่องบุตรบุญธรรม อำนาจปกครองบุตร และการย้ายถิ่นฐานของผู้เยาว์ เป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวสูงและมีกฎหมายเฉพาะกำกับทั้งในไทยและประเทศปลายทาง เอกสารที่ทนายรับรองมักเป็นหนังสือยินยอมของผู้ปกครอง คำให้การยืนยันความสัมพันธ์ และสำเนาเอกสารทะเบียนราษฎรที่เกี่ยวข้อง แต่กระบวนการหลัก เช่น การรับบุตรบุญธรรมข้ามประเทศ อยู่ในอำนาจของหน่วยงานที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยการรับรองเอกสาร

เมื่อเอกสารเฉพาะทางต้องนำไปใช้ต่างประเทศ เอกสารที่ต้องนำไปใช้ต่างประเทศในเวลานี้ยังต้องเดินตามลำดับเดิม คือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง เนื่องจากอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ข้อควรระวังเพิ่มเติมคือ บางแบบฟอร์มของหน่วยงานต่างประเทศระบุคุณสมบัติของผู้รับรองไว้เฉพาะเจาะจง เช่น กำหนดให้เป็นเจ้าหน้าที่กงสุลหรือผู้ประกอบวิชาชีพประเภทใดประเภทหนึ่ง หากไม่ตรงตามที่ระบุ เอกสารจะถูกปฏิเสธแม้จะรับรองครบทุกขั้นตอนแล้ว จึงควรอ่านคำแนะนำท้ายแบบฟอร์มอย่างละเอียดก่อนเริ่ม

แนวปฏิบัติที่ช่วยได้มากในกลุ่มนี้คือการส่งภาพแบบฟอร์มและคำแนะนำของหน่วยงานปลายทางให้ผู้ดำเนินการตรวจก่อนนัดหมาย เพราะเมื่อเห็นถ้อยคำที่ปลายทางกำหนด จะประเมินได้ทันทีว่ารูปแบบการรับรองที่มีในประเทศไทยตรงตามที่ต้องการหรือไม่ และต้องเพิ่มขั้นตอนใดบ้างก่อนยื่นจริง

เอกสารในกลุ่มนี้

รูปแบบการรับรองที่ใช้

เช็กลิสต์ก่อนมาดำเนินการ

คำถามที่พบบ่อย

หนังสือรับรองการมีชีวิตให้ญาติมาดำเนินการแทนได้ไหม

ไม่ได้ ผู้รับบำนาญต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้รับรองด้วยตนเอง เพราะสาระสำคัญคือการยืนยันว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่ในวันที่รับรอง

ทนายออกหนังสือรับรองความประพฤติให้ได้หรือไม่

ไม่ได้ เอกสารดังกล่าวออกโดยหน่วยงานตำรวจตามขั้นตอนของหน่วยงาน ทนายรับรองได้เฉพาะสำเนาถูกต้องหรือคำแปลควบคู่ต้นฉบับ

แบบฟอร์มต่างประเทศระบุให้เจ้าหน้าที่กงสุลรับรองเท่านั้นต้องทำอย่างไร

ต้องดำเนินการตามที่แบบฟอร์มระบุ ให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นโดยตรง การรับรองโดยผู้อื่นจะไม่ถูกยอมรับ

แหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ

ข้อกำหนดในหน้านี้อ้างอิงประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง

บริการที่เกี่ยวข้อง

ค่าบริการขึ้นอยู่กับชนิดเอกสาร จำนวนหน้า และกรอบเวลา ส่งไฟล์สแกนทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เพื่อรับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร