เอกสารส่วนบุคคลและทะเบียนราษฎร
สำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส/หย่า และหนังสือรับรองสถานภาพ — กลุ่มที่ถูกขอให้รับรองบ่อยที่สุดสำหรับการยื่นวีซ่า สมรส และเรียนต่อ
เอกสารส่วนบุคคลคือกลุ่มที่ผู้ใช้บริการนำมาให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารมากที่สุด เหตุผลตรงไปตรงมา คือ แทบทุกกระบวนการข้ามประเทศ ตั้งแต่การยื่นวีซ่า การสมรสในต่างแดน การสมัครเรียน ไปจนถึงการเปิดบัญชีธนาคารต่างประเทศ ล้วนเริ่มต้นจากการพิสูจน์ตัวตนและสถานะทางทะเบียนของบุคคล หน่วยงานปลายทางไม่สามารถตรวจสอบทะเบียนราษฎรของไทยได้โดยตรง จึงอาศัยคำรับรองของบุคคลที่กฎหมายไทยรับรองสถานะไว้แทน
สิ่งที่ทนายรับรองในกลุ่มนี้มีสองลักษณะที่ต้องแยกให้ชัด ลักษณะแรกคือการรับรองสำเนาถูกต้อง (certified true copy) ทนายจะเปรียบเทียบสำเนากับต้นฉบับที่อยู่ตรงหน้า แล้วลงถ้อยคำรับรองว่าสำเนานั้นตรงกับต้นฉบับที่ได้ตรวจสอบ ไม่ได้เป็นการรับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง ลักษณะที่สองคือการรับรองลายมือชื่อ ผู้ลงนามต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนาย และทนายตรวจบัตรประจำตัวเพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ระบุในเอกสาร ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการส่งเอกสารที่เซ็นมาแล้วล่วงหน้ามาให้รับรองย้อนหลัง ซึ่งทำไม่ได้ตามหลักการของการรับรองลายมือชื่อ
คำให้การเป็นหนังสือ (affidavit หรือ statutory declaration) เป็นอีกรูปแบบที่ใช้มากในกลุ่มเอกสารส่วนบุคคล โดยเฉพาะหนังสือรับรองสถานภาพโสดสำหรับจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางกับผู้ปกครองฝ่ายเดียว และคำให้การรับรองว่าบุคคลที่ปรากฏชื่อในเอกสารหลายฉบับด้วยการสะกดต่างกันเป็นบุคคลเดียวกัน จุดที่ต้องระวังคือเนื้อความในคำให้การต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้ให้คำสาบานรู้เห็นด้วยตนเอง ทนายไม่รับรองข้อเท็จจริงแทนผู้ให้คำสาบาน แต่รับรองว่าบุคคลนั้นได้สาบานและลงลายมือชื่อต่อหน้า
ปัญหาที่ทำให้เอกสารกลุ่มนี้ถูกตีกลับบ่อยที่สุดมีสามข้อ ข้อแรกคือการสะกดชื่อภาษาอังกฤษไม่ตรงกันระหว่างหนังสือเดินทางกับคำแปลเอกสารทะเบียนราษฎร ควรยึดการสะกดตามหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลักเสมอ ข้อที่สองคือการใช้สำเนาของสำเนา หน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่ต้องการให้เทียบกับต้นฉบับที่ออกโดยราชการ ไม่ใช่สำเนาที่ถ่ายต่อกันมา ข้อที่สามคืออายุเอกสาร ทะเบียนบ้านหรือหนังสือรับรองสถานภาพที่ออกไว้นานเกินกำหนดของปลายทางจะไม่ถูกรับพิจารณา แม้จะผ่านการรับรองครบทุกขั้นแล้วก็ตาม
ในแง่ของการนำไปใช้ต่างประเทศ เอกสารที่ต้องนำไปใช้ต่างประเทศในเวลานี้ยังต้องเดินตามลำดับเดิม คือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง เนื่องจากอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ดังนั้นการวางแผนเวลาจึงควรเผื่อทั้งสามขั้นตอน และควรตรวจสอบกับสถานทูตปลายทางก่อนทุกครั้งว่าต้องการคำแปลภาษาใด และต้องการให้คำแปลผ่านการรับรองโดยผู้ใดก่อนยื่น
ข้อจำกัดที่ผู้ใช้บริการควรทราบคือ ทนายความผู้ทำคำรับรองในประเทศไทยไม่มีอำนาจออกเอกสารทะเบียนราษฎรใหม่ ไม่มีอำนาจแก้ไขข้อมูลในทะเบียน และไม่สามารถรับรองเอกสารที่ตนเองมีส่วนได้เสีย หากเอกสารต้นฉบับสูญหายหรือมีข้อมูลผิด ต้องกลับไปขอคัดใหม่หรือขอแก้ไขที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่ออกเอกสารก่อน แล้วจึงนำฉบับที่ถูกต้องมาดำเนินการรับรอง
เอกสารในกลุ่มนี้
- สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport copy)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน (ทร.14)
- สูติบัตร / หนังสือรับรองการเกิด
- ทะเบียนสมรส (คร.2) และใบสำคัญการสมรส (คร.3)
- ทะเบียนการหย่า (คร.6) และใบสำคัญการหย่า (คร.7)
- หนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (โสด/หม้าย) จากสำนักงานเขตหรืออำเภอ
- หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ช.3 / ช.5)
- หนังสือเดินทางของผู้เยาว์และหนังสือยินยอมให้เดินทาง
ประเภทการรับรองที่ใช้
- Certified true copy — รับรองว่าสำเนาถูกต้องตรงกับต้นฉบับที่ทนายได้ตรวจแล้ว
- Signature witness — รับรองลายมือชื่อที่ลงต่อหน้าทนาย
- Affidavit / Statutory declaration — คำให้การเป็นหนังสือที่ผู้ให้คำสาบานยืนยันต่อหน้าทนาย
- Certify photograph — รับรองว่าภาพถ่ายเป็นภาพของบุคคลที่มาปรากฏตัวจริง
เช็กลิสต์ก่อนเข้าพบทนาย
- นำต้นฉบับทุกฉบับมาแสดง ทนายรับรองสำเนาได้ก็ต่อเมื่อได้เห็นและเทียบกับต้นฉบับ
- ผู้ลงลายมือชื่อต้องมาด้วยตนเองพร้อมบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ
- ทราบชื่อหน่วยงานปลายทางและประเทศที่จะยื่น เพราะรูปแบบถ้อยคำรับรองต่างกันตามผู้รับ
- หากเอกสารเป็นภาษาไทยและปลายทางต้องการฉบับแปล ให้จัดทำคำแปลก่อน แล้วจึงรับรองพร้อมกัน
- เอกสารทะเบียนราษฎรหลายประเทศกำหนดอายุไม่เกิน 3–6 เดือนนับจากวันออก ควรตรวจกับหน่วยงานปลายทางก่อน
คำถามที่พบบ่อย
รับรองสำเนาพาสปอร์ตโดยไม่นำเล่มจริงมาได้ไหม
ไม่ได้ การรับรองสำเนาถูกต้องคือการยืนยันว่าสำเนาตรงกับต้นฉบับที่ทนายได้ตรวจด้วยตนเอง จึงต้องนำเล่มจริงมาแสดงในวันที่รับรอง
เซ็นเอกสารมาก่อนแล้วให้ทนายรับรองลายมือชื่อย้อนหลังได้หรือไม่
ไม่ได้ ผู้ลงนามต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายพร้อมแสดงบัตรประจำตัว หากเซ็นมาแล้วต้องเซ็นใหม่ในฉบับที่จะรับรอง
หนังสือรับรองสถานภาพโสดต้องขอจากที่ใด
ขอได้ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอตามภูมิลำเนา ส่วนคำให้การยืนยันสถานภาพที่ทำต่อหน้าทนายเป็นคนละฉบับ ควรตรวจกับหน่วยงานปลายทางว่าต้องการแบบใดหรือทั้งสองแบบ
กลุ่มเอกสารอื่น
- เอกสารการศึกษาและคุณวุฒิ
- เอกสารการเงินและภาษี
- เอกสารนิติบุคคลและธุรกิจ
- เอกสารอสังหาริมทรัพย์และมรดก
- เอกสารเฉพาะทางและกรณีพิเศษ
แหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ
ข้อกำหนดในหน้านี้อ้างอิงประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- สภาทนายความ — ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney)
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศหน่วยงานรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) และ Apostille ของไทย
- HCCH — Apostille Section (อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961)ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี มีผลใช้บังคับ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027)
บริการที่เกี่ยวข้อง
ค่าบริการขึ้นอยู่กับชนิดเอกสาร จำนวนหน้า และกรอบเวลา ส่งไฟล์สแกนทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เพื่อรับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร