เอกสารนิติบุคคลและธุรกิจ
หนังสือรับรองบริษัท บอจ. รายงานการประชุม หนังสือมอบอำนาจกรรมการ สัญญาการค้า และเอกสารเปิดบริษัทในต่างประเทศ
เอกสารนิติบุคคลมีความซับซ้อนกว่ากลุ่มอื่น เพราะผู้ลงนามไม่ได้ลงนามในฐานะส่วนตัว แต่ลงนามผูกพันนิติบุคคล การรับรองจึงต้องตอบคำถามสองชั้น ชั้นแรกคือบุคคลที่มาลงนามเป็นบุคคลตามบัตรประจำตัวจริงหรือไม่ ชั้นที่สองคือบุคคลนั้นมีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลตามที่ปรากฏในหนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ทุกครั้งที่รับรองเอกสารบริษัท จึงต้องมีหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับคัดใหม่ประกอบเสมอ
รูปแบบการรับรองที่ใช้บ่อยที่สุดคือการรับรองลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจในหนังสือมอบอำนาจ ในการตั้งตัวแทน การเปิดบัญชีธนาคารต่างประเทศ การจดทะเบียนบริษัทลูก และการยื่นเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ ถัดมาคือการรับรองสำเนาถูกต้องของเอกสารจดทะเบียนชุด บอจ. และหนังสือบริคณห์สนธิ และการรับรองมติที่ประชุมซึ่งมักถูกขอควบคู่กับหนังสือมอบอำนาจ เพื่อยืนยันว่าการมอบอำนาจนั้นผ่านกระบวนการภายในของบริษัทถูกต้อง
จุดที่พบข้อผิดพลาดมากที่สุดคือเงื่อนไขการลงนาม หนังสือรับรองของบริษัทไทยจำนวนมากกำหนดให้กรรมการสองคนลงนามร่วมกันและประทับตราสำคัญ หากมาลงนามเพียงคนเดียวหรือลืมประทับตรา เอกสารจะไม่ผูกพันบริษัทและมักถูกปฏิเสธที่ปลายทาง อีกจุดหนึ่งคืออายุของหนังสือรับรอง เอกสารที่คัดไว้นานอาจไม่สะท้อนรายชื่อกรรมการปัจจุบัน ปลายทางจึงมักกำหนดให้คัดใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ในการทำธุรกรรมข้ามประเทศ เอกสารชุดบริษัทมักถูกใช้เป็นชุดเดียวกันหลายที่ เช่น ยื่นธนาคาร ยื่นหน่วยงานทะเบียน และยื่นคู่ค้าพร้อมกัน แนวปฏิบัติที่ช่วยลดเวลาคือจัดทำสำเนารับรองหลายชุดตั้งแต่ต้น และจัดเรียงเอกสารเป็นชุดเดียวกันทุกฉบับ พร้อมสารบัญกำกับ เพื่อให้ผู้ตรวจสอบเห็นความเชื่อมโยงระหว่างหนังสือรับรอง มติที่ประชุม และหนังสือมอบอำนาจได้ทันที
สำหรับการใช้ในต่างประเทศ เอกสารที่ต้องนำไปใช้ต่างประเทศในเวลานี้ยังต้องเดินตามลำดับเดิม คือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง เนื่องจากอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าประเทศปลายทางกำหนดถ้อยคำเฉพาะในหนังสือมอบอำนาจหรือไม่ หลายประเทศมีแบบฟอร์มของตนเองที่ต้องใช้ตามนั้น การเขียนขึ้นเองอาจทำให้ต้องทำใหม่ทั้งชุด
ขอบเขตที่ทนายไม่รับรอง ได้แก่ ความถูกต้องของเนื้อหาทางบัญชี ความสมบูรณ์ของสัญญาในทางกฎหมายของประเทศปลายทาง และฐานะทางการเงินของบริษัท หากธุรกรรมมีมูลค่าสูงหรือมีผลผูกพันระยะยาว ควรให้ที่ปรึกษากฎหมายของประเทศปลายทางตรวจร่างก่อนนำมาลงนามและรับรอง เพื่อไม่ให้ต้องแก้ไขหลังผ่านขั้นตอนรับรองไปแล้ว
เอกสารในกลุ่มนี้
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (DBD)
- บอจ.2 บอจ.3 บอจ.5 และหนังสือบริคณห์สนธิ
- รายงานการประชุมคณะกรรมการและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
- หนังสือมอบอำนาจของนิติบุคคล (Corporate POA)
- หนังสือรับรองอำนาจลงนามของกรรมการ
- สัญญาซื้อขาย สัญญาตัวแทนจำหน่าย และ NDA
- ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) และงบการเงิน
ประเภทการรับรองที่ใช้
- Certified true copy ของหนังสือรับรองบริษัทและเอกสารจดทะเบียน
- Certify signature of authorised director — รับรองลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจ
- Certify signing authority — รับรองว่าผู้ลงนามมีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลตามหนังสือรับรอง
- Corporate resolution certification — รับรองมติที่ประชุมพร้อมลายมือชื่อผู้รับรองสำเนา
เช็กลิสต์ก่อนเข้าพบทนาย
- ใช้หนังสือรับรองนิติบุคคลที่คัดใหม่ ปลายทางส่วนใหญ่กำหนดอายุไม่เกิน 1–6 เดือน
- กรรมการผู้มีอำนาจต้องมาลงนามด้วยตนเองพร้อมบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
- ตรวจว่าเงื่อนไขการลงนามตรงกับที่ระบุในหนังสือรับรอง เช่น ต้องลงนามร่วมกันสองคนและประทับตรา
- เตรียมรายงานการประชุมหรือมติที่ให้อำนาจดำเนินการ หากธุรกรรมนั้นต้องมีมติรองรับ
- หากเป็นบริษัทต่างประเทศ ให้ตรวจว่าปลายทางยอมรับการรับรองในไทยหรือต้องรับรองในประเทศที่จดทะเบียน
คำถามที่พบบ่อย
กรรมการมาลงนามคนเดียวได้ไหมถ้าหนังสือรับรองระบุให้ลงนามสองคน
ไม่ได้ ต้องลงนามให้ครบตามเงื่อนไขในหนังสือรับรองและประทับตราสำคัญหากกำหนดไว้ มิฉะนั้นเอกสารจะไม่ผูกพันบริษัท
หนังสือรับรองบริษัทต้องคัดใหม่หรือไม่
ควรคัดใหม่ เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่กำหนดอายุเอกสารและต้องการรายชื่อกรรมการที่เป็นปัจจุบัน
ต้องมีรายงานการประชุมประกอบหนังสือมอบอำนาจเสมอไหม
ขึ้นอยู่กับธุรกรรมและข้อบังคับบริษัท ธุรกรรมที่ต้องมีมติรองรับควรแนบมติที่ประชุมไปด้วยเพื่อลดโอกาสถูกสอบถามเพิ่ม
กลุ่มเอกสารอื่น
- เอกสารส่วนบุคคลและทะเบียนราษฎร
- เอกสารการศึกษาและคุณวุฒิ
- เอกสารการเงินและภาษี
- เอกสารอสังหาริมทรัพย์และมรดก
- เอกสารเฉพาะทางและกรณีพิเศษ
แหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ
ข้อกำหนดในหน้านี้อ้างอิงประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- สภาทนายความ — ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney)
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศหน่วยงานรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) และ Apostille ของไทย
- HCCH — Apostille Section (อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961)ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี มีผลใช้บังคับ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027)
บริการที่เกี่ยวข้อง
ค่าบริการขึ้นอยู่กับชนิดเอกสาร จำนวนหน้า และกรอบเวลา ส่งไฟล์สแกนทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เพื่อรับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร