การแปลและรับรองคำแปลเอกสารการศึกษา
คำแปลเอกสารการศึกษาต้องคงชื่อสถาบัน ชื่อหลักสูตร ระบบเกรด และวันที่ให้ตรงต้นฉบับ พร้อมระบุระดับการรับรองที่ปลายทางต้องการ ตั้งแต่คำรับรองของผู้แปล ไปจนถึงการรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล
ผู้รับเอกสารแต่ละประเภทต้องการระดับการรับรองต่างกัน มหาวิทยาลัยบางแห่งรับคำแปลที่มีคำรับรองและลายมือชื่อของผู้แปลพร้อมข้อมูลติดต่อ ขณะที่หน่วยงานราชการ การขอวีซ่า และการยื่นต่อองค์กรกำกับวิชาชีพ มักกำหนดให้รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล การถามระดับที่ต้องการก่อนเริ่มงานช่วยไม่ให้ต้องทำซ้ำ
งานแปลเอกสารการศึกษาแตกต่างจากงานแปลทั่วไปตรงที่ต้องรักษาโครงสร้างของต้นฉบับ ตารางรายวิชา หน่วยกิต และเกรด ต้องเรียงตรงกับต้นฉบับเพื่อให้ผู้ตรวจเทียบทีละบรรทัดได้ ตราประทับ ลายมือชื่อ และข้อความบนตราต้องระบุไว้ในคำแปลด้วยว่ามีอยู่ที่ตำแหน่งใด
ชื่อเฉพาะเป็นจุดที่ต้องระวังที่สุด ชื่อสถาบันควรใช้ชื่อภาษาอังกฤษที่สถาบันใช้เป็นทางการ ไม่ใช่คำแปลใหม่ ส่วนชื่อบุคคลต้องถอดเสียงให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับ ความไม่สอดคล้องแม้ตัวอักษรเดียวอาจทำให้ปลายทางต้องขอเอกสารเพิ่ม
ไม่ควรแปลงเกรดหรือคำนวณ GPA ใหม่ในคำแปล ให้คงตัวเลขและระบบเดิมไว้และแนบคำอธิบายระบบเกรดตามที่สถาบันประกาศ การเทียบเกรดเป็นหน้าที่ของหน่วยงานประเมินปลายทาง เช่น หน่วยประเมินคุณวุฒิในประเทศนั้น
หากต้นฉบับมีการแก้ไข ขูดลบ หรือเป็นสำเนาที่อ่านไม่ชัด ควรขอเอกสารฉบับใหม่จากสถาบันก่อน เพราะการรับรองคำแปลอ้างอิงกับเอกสารที่นำมาแสดง หากต้นฉบับมีข้อสงสัย ปลายทางมักปฏิเสธทั้งชุด
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ต้นฉบับเอกสารการศึกษาที่ชัดเจน ไม่มีรอยแก้ไข
- หนังสือเดินทางเพื่อใช้อ้างอิงการสะกดชื่อ
- คำอธิบายระบบเกรดของสถาบัน หากมี
- ข้อกำหนดของผู้รับเอกสารเกี่ยวกับระดับการรับรอง
- เอกสารเปลี่ยนชื่อ-สกุล หากชื่อไม่ตรงกัน
ลำดับขั้นตอน
- ยืนยันกับผู้รับว่าต้องการการรับรองระดับใด
- แปลโดยคงโครงสร้าง ชื่อเฉพาะ และระบบเกรดเดิม
- ตรวจทานเทียบต้นฉบับทีละบรรทัด
- ลงคำรับรองของผู้แปล หรือยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล
- รับรองเพิ่มที่สถานทูตปลายทาง หากปลายทางกำหนด
เช็กลิสต์ก่อนยื่น
- ชื่อบุคคลตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับ
- ชื่อสถาบันใช้ชื่อทางการภาษาอังกฤษของสถาบัน
- ไม่แปลงเกรดหรือคำนวณ GPA ใหม่
- ระบุตำแหน่งตราประทับและลายมือชื่อไว้ในคำแปล
- ตรวจวันที่ทั้งแบบพุทธศักราชและคริสต์ศักราชให้ตรงกัน
คำถามที่พบบ่อย
คำแปลต้องทำโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนหรือไม่
ขึ้นกับผู้รับ บางหน่วยงานกำหนดคุณสมบัติผู้แปลไว้ชัดเจน บางแห่งดูเพียงว่าคำแปลผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่กำหนดหรือไม่ ควรถามผู้รับก่อนเสมอ
แปลจากสำเนาได้ไหม
ทำได้ในบางกรณี แต่การรับรองคำแปลมักต้องแสดงต้นฉบับหรือสำเนาที่ผู้ออกเอกสารรับรองความถูกต้อง จึงควรเตรียมต้นฉบับไว้ด้วย
วันที่เป็น พ.ศ. ต้องแปลงเป็น ค.ศ. ไหม
ในคำแปลภาษาอังกฤษควรแสดงปีคริสต์ศักราชให้ชัดเจน โดยคงข้อมูลเดิมไว้ครบเพื่อให้ตรวจย้อนกับต้นฉบับได้
ทำไมปลายทางถึงตีกลับคำแปล
สาเหตุที่พบบ่อยคือชื่อสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกรายละเอียดตราประทับ แปลงเกรดเอง หรือระดับการรับรองไม่ตรงกับที่ผู้รับกำหนด
ต้องรับรองที่สถานทูตด้วยไหม
เฉพาะกรณีที่ประเทศปลายทางกำหนด หลายกรณีการรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก็เพียงพอ ควรตรวจกับผู้รับก่อนเพื่อไม่ทำขั้นตอนเกินจำเป็น
เอกสารหลายฉบับควรแปลพร้อมกันไหม
ควร เพราะจะได้ใช้คำศัพท์และการถอดเสียงชื่อแบบเดียวกันทั้งชุด ลดความเสี่ยงที่ปลายทางจะมองว่าเป็นข้อมูลคนละชุด
ต้องการให้ทีมตรวจเอกสารก่อนยื่น ติดต่อ LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอนและกรอบเวลาที่ทำได้จริงตามกรณีของคุณ