N
NYC Legal
Notary · Translation

ปริญญาบัตรและทรานสคริปต์ไทยเพื่อสมัครเรียนต่อต่างประเทศ

ชุดเอกสารหลักของผู้สมัครเรียนต่อ: ปริญญาบัตร ใบรับรองสำเร็จการศึกษา และทรานสคริปต์ฉบับภาษาอังกฤษที่ออกโดยมหาวิทยาลัย นำไปรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางเมื่อสถาบันหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเรียก

มหาวิทยาลัยไทยส่วนใหญ่ออกทรานสคริปต์และหนังสือรับรองสำเร็จการศึกษาเป็นภาษาอังกฤษได้จากสำนักทะเบียนของสถาบันเอง เอกสารชุดภาษาอังกฤษที่ออกโดยตรงจากสถาบันมักได้รับการยอมรับดีกว่าคำแปลภายนอก เพราะมีลายมือชื่อและตราประทับของนายทะเบียนอยู่บนตัวเอกสาร จึงควรเริ่มจากการขอชุดภาษาอังกฤษจากสถาบันก่อนเสมอ

ปริญญาบัตรมักออกเป็นภาษาไทยฉบับเดียว กรณีนี้ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล การรับรองของกรมการกงสุลเป็นการรับรองว่าลายมือชื่อและตราประทับบนเอกสารเป็นของผู้มีอำนาจจริง ไม่ใช่การรับรองคุณภาพของหลักสูตรหรือผลการเรียน

สถาบันปลายทางบางแห่งไม่รับเอกสารจากมือผู้สมัคร แต่กำหนดให้มหาวิทยาลัยต้นทางส่งตรง (official transcript sent directly) หรือส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสถาบัน เงื่อนไขข้อนี้ผันแปรตามสถาบัน ควรอ่านหน้า admissions requirements ของหลักสูตรนั้นก่อนเริ่มทำนิติกรณ์ เพื่อไม่ให้เสียเวลารับรองเอกสารที่ปลายทางไม่ใช้

ประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จะเปลี่ยนไปใช้ Apostille แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตเมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยแล้ว ระหว่างนี้ยังต้องใช้ลำดับเดิม คือ กรมการกงสุลก่อน แล้วจึงสถานทูตปลายทาง

ชื่อ-นามสกุลบนปริญญาบัตร ทรานสคริปต์ และหนังสือเดินทางต้องสะกดตรงกัน หากสะกดต่างกัน เช่น เปลี่ยนนามสกุลหลังสมรส ให้เตรียมหลักฐานการเปลี่ยนชื่อสกุลหรือทะเบียนสมรสพร้อมคำแปลรับรองแนบไปด้วย เพื่อให้ปลายทางเชื่อมโยงตัวบุคคลได้

เอกสารที่ต้องเตรียม

ลำดับขั้นตอน

  1. ขอชุดเอกสารภาษาอังกฤษจากสำนักทะเบียนของมหาวิทยาลัย
  2. แปลเอกสารที่มีเฉพาะภาษาไทย เช่น ปริญญาบัตร เป็นภาษาอังกฤษ
  3. ยื่นรับรองนิติกรณ์/รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  4. นำไปรับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง เมื่อปลายทางกำหนด
  5. ส่งเอกสารตามช่องทางที่สถาบันปลายทางกำหนด (ยื่นเอง ส่งไปรษณีย์ หรือให้สถาบันส่งตรง)

เช็กลิสต์ก่อนยื่น

คำถามที่พบบ่อย

ต้องแปลทรานสคริปต์เองไหม ถ้ามหาวิทยาลัยออกภาษาอังกฤษให้แล้ว

โดยทั่วไปไม่ต้อง เพราะเอกสารภาษาอังกฤษที่ออกโดยสำนักทะเบียนของสถาบันถือเป็นต้นฉบับอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือการรับรองนิติกรณ์เมื่อปลายทางเรียก

กรมการกงสุลรับรองว่าอะไร

รับรองว่าลายมือชื่อและตราประทับบนเอกสารเป็นของผู้มีอำนาจลงนามจริง หรือรับรองความถูกต้องของคำแปล ไม่ได้เป็นการรับรองคุณภาพหลักสูตรหรือผลการเรียน

ถ้าปลายทางขอ Apostille ตอนนี้ทำได้หรือยัง

อนุสัญญา Apostille จะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ตามข้อมูลของ HCCH ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้ลำดับรับรองแบบเดิมคือกรมการกงสุลแล้วตามด้วยสถานทูตปลายทาง

มหาวิทยาลัยปิดหลักสูตรหรือควบรวมไปแล้ว ขอเอกสารได้จากที่ไหน

ต้องติดต่อสถาบันที่รับโอนภารกิจทะเบียนประวัตินักศึกษา ซึ่งผันแปรตามกรณี หากไม่ทราบ ให้สอบถามหน่วยงานต้นสังกัดของสถาบันในระดับอุดมศึกษาเพื่อชี้จุดที่เก็บระเบียนต่อ

เอกสารมีอายุการใช้งานไหม

ตัวปริญญาบัตรและทรานสคริปต์ไม่มีวันหมดอายุ แต่สถาบันปลายทางหลายแห่งกำหนดว่าการรับรองต้องออกไม่เกินระยะเวลาหนึ่ง เงื่อนไขนี้ผันแปรตามสถาบัน ควรตรวจกับปลายทางก่อน

ยื่นแทนกันได้ไหม

ทำได้ในหลายขั้นตอนโดยใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรของผู้มอบและผู้รับมอบ แต่บางสถาบันกำหนดให้เจ้าของเอกสารดำเนินการเอง จึงควรตรวจสอบเป็นรายกรณี

ต้องการให้ทีมตรวจเอกสารก่อนยื่น ติดต่อ LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอนและกรอบเวลาที่ทำได้จริงตามกรณีของคุณ

กรณีอื่นที่เกี่ยวข้อง