เอกสารประกอบการโอนเงินและที่มาของเงินระหว่างประเทศ
การโอนเงินข้ามประเทศต้องอธิบายที่มาและวัตถุประสงค์ได้ ธนาคารและหน่วยงานปลายทางจะขอเอกสารต้นทางประกอบเสมอ การเตรียมล่วงหน้าช่วยลดการถูกขอเอกสารเพิ่มระหว่างทาง
สถาบันการเงินในไทยมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ในการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบธุรกรรม การโอนเงินจำนวนมากหรือมีลักษณะผิดปกติจึงมักถูกขอเอกสารอธิบายที่มาและวัตถุประสงค์ ไม่ใช่การกล่าวหา แต่เป็นขั้นตอนตามกฎหมาย
เอกสารที่ใช้อธิบายที่มามักเป็นเอกสารต้นทางของธุรกรรมนั้นเอง เช่น สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ หนังสือรับรองการทำงานและเงินเดือน เอกสารการรับมรดก เอกสารการขายทรัพย์สิน หรือเอกสารเงินปันผล เมื่อเอกสารเป็นภาษาไทยและต้องส่งไปต่างประเทศ ต้องแปลและรับรองตามที่ผู้รับกำหนด
การส่งข้อมูลการเงินของบุคคลไปต่างประเทศอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จึงควรส่งเฉพาะเอกสารที่จำเป็นตามที่ผู้รับเอกสารระบุ และใช้ช่องทางที่ควบคุมได้ ไม่ควรส่งไฟล์เอกสารการเงินผ่านช่องทางสาธารณะ
สำหรับผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ชาวต่างชาติที่ต้องแสดงหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในไทย ธนาคารผู้รับโอนเป็นผู้ออกหลักฐานการรับเงินโอนจากต่างประเทศตามแบบที่ธนาคารใช้ ควรแจ้งวัตถุประสงค์การโอนกับธนาคารตั้งแต่ก่อนโอน เพื่อให้เอกสารที่ได้ตรงกับที่สำนักงานที่ดินหรือคู่สัญญาต้องการ
เอกสารที่ต้องเตรียม
- เอกสารต้นทางของธุรกรรม เช่น สัญญาซื้อขายหรือเอกสารการรับมรดก
- หลักฐานรายได้หรือหลักฐานการขายทรัพย์สินที่เป็นที่มาของเงิน
- หลักฐานการรับเงินโอนจากต่างประเทศที่ธนาคารผู้รับโอนออกให้
- หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวของผู้โอนและผู้รับโอน
- คำแปลและการรับรองตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
ลำดับขั้นตอน
- แจ้งวัตถุประสงค์การโอนกับธนาคารก่อนทำรายการ
- รวบรวมเอกสารต้นทางที่อธิบายที่มาของเงินให้ครบ
- ขอหลักฐานการรับเงินโอนจากธนาคารผู้รับโอนตามแบบที่ใช้จริง
- แปลเอกสารที่เป็นภาษาไทยเมื่อผู้รับเอกสารต่างประเทศกำหนด
- รับรองคำแปลที่กรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูตปลายทางตามที่กำหนด
เช็กลิสต์ก่อนยื่น
- ชื่อผู้โอนและผู้รับโอนตรงกับเอกสารแสดงตน
- วัตถุประสงค์ที่แจ้งกับธนาคารตรงกับเอกสารต้นทาง
- จำนวนเงินในเอกสารต้นทางสอดคล้องกับยอดที่โอนจริง
- ส่งเฉพาะเอกสารที่ผู้รับเอกสารระบุ ตามหลัก PDPA
- เก็บหลักฐานทุกขั้นตอนไว้ตรวจสอบย้อนกลับได้
คำแนะนำจากทีมงาน
- คุยกับธนาคารล่วงหน้าเมื่อรู้ว่าจะมีเงินก้อนใหญ่เข้าออก จะได้เตรียมเอกสารครั้งเดียวจบ
- ใช้ชื่อผู้โอนเป็นชื่อเดียวกับผู้ซื้อหรือผู้รับประโยชน์ ลดคำถามเรื่องที่มาของเงิน
- เก็บอีเมลหรือหนังสือแจ้งของธนาคารไว้เป็นหลักฐานประกอบชุดเอกสาร
ข้อควรระวัง
- โอนผ่านบัญชีบุคคลที่สามเพื่อความสะดวก ทำให้อธิบายที่มาของเงินได้ยากขึ้น
- ไม่แจ้งวัตถุประสงค์ล่วงหน้า แล้วได้เอกสารที่ไม่ตรงกับที่สำนักงานที่ดินต้องการ
- ส่งไฟล์เอกสารการเงินผ่านช่องทางสาธารณะโดยไม่คำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมธนาคารขอเอกสารที่มาของเงิน
สถาบันการเงินมีหน้าที่รู้จักลูกค้าและตรวจสอบธุรกรรมตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 การขอเอกสารจึงเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย
เอกสารอะไรใช้เป็นหลักฐานที่มาของเงินได้
เอกสารต้นทางของธุรกรรมนั้น เช่น สัญญาซื้อขาย หลักฐานรายได้ เอกสารการรับมรดก หรือเอกสารการขายทรัพย์สิน
ชาวต่างชาติซื้อคอนโดต้องมีหลักฐานการโอนเงินเข้าไทยหรือไม่
ธนาคารผู้รับโอนเป็นผู้ออกหลักฐานการรับเงินโอนจากต่างประเทศตามแบบที่ใช้จริง ควรแจ้งวัตถุประสงค์กับธนาคารก่อนโอนเพื่อให้เอกสารตรงกับที่สำนักงานที่ดินต้องการ
ส่งเอกสารการเงินไปต่างประเทศต้องระวังอะไร
การส่งข้อมูลส่วนบุคคลออกนอกประเทศอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ควรส่งเฉพาะที่จำเป็นและใช้ช่องทางที่ควบคุมได้
โอนจากบัญชีคนอื่นแทนได้ไหม
ทำได้ในทางปฏิบัติ แต่ทำให้การอธิบายที่มาของเงินซับซ้อนขึ้น และหน่วยงานปลายทางอาจขอเอกสารเพิ่มเพื่อเชื่อมโยงผู้โอนกับผู้รับประโยชน์
ต้องการให้ทีมตรวจเอกสารก่อนยื่นสถานทูตหรือหน่วยงานปลายทาง ติดต่อ LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอน เอกสารที่ยังขาด และกรอบเวลาที่เป็นไปได้จริงตามกรณีของคุณ