เอกสารบริษัทและนิติบุคคล 6 กรณี
เอกสารของนิติบุคคลเดินคนละเส้นทางตามว่าใครเป็นผู้ออกและใครเป็นผู้รับ หน้ารวมนี้แยกงานออกเป็น 6 กรณี แต่ละกรณีระบุเอกสารที่ต้องเตรียม ลำดับการรับรอง และเช็กลิสต์ก่อนยื่น เงื่อนไขบางอย่างผันแปรตามหน่วยงานและประเทศปลายทาง จึงควรยืนยันกับผู้รับเอกสารก่อนเริ่มดำเนินการ
- หนังสือรับรองบริษัท (DBD) เพื่อใช้ในต่างประเทศ
- มติที่ประชุมกรรมการและรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
- หนังสือมอบอำนาจของนิติบุคคลเพื่อใช้ในต่างประเทศ
- งบการเงิน ภ.พ.20 และหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษี
- เอกสารตั้งสาขา สำนักงานผู้แทน และบริษัทลูกข้ามประเทศ
- การแปลและรับรองคำแปลเอกสารนิติบุคคล
หนังสือรับรองบริษัท (DBD) เพื่อใช้ในต่างประเทศ
หนังสือรับรองนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ นำไปรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางเมื่อคู่ค้า ธนาคาร หรือหน่วยงานทะเบียนของต่างประเทศเรียกเอกสารรับรองความมีอยู่ของบริษัท
หนังสือรับรองนิติบุคคลเป็นเอกสารที่นายทะเบียนกรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกให้ ระบุชื่อบริษัท เลขทะเบียน 13 หลัก วันจดทะเบียน ทุนจดทะเบียน ที่ตั้งสำนักงาน รายชื่อกรรมการ และข้อความสำคัญที่สุดสำหรับคู่สัญญาต่างประเทศคือเงื่อนไขอำนาจกรรมการ ว่ากรรมการคนใดลงนามผูกพันบริษัทได้ ลงนามคนเดียวหรือกี่คนร่วมกัน และต้องประทับตราสำคัญหรือไม่
หน่วยงานต่างประเทศมักกำหนดว่าหนังสือรับรองต้องออกใหม่ภายในกรอบเวลาหนึ่งก่อนวันยื่น กรอบเวลานี้ผันแปรตามผู้รับเอกสาร โดยทั่วไปที่พบคือ 3 หรือ 6 เดือน แต่ไม่มีกฎกลางของไทยกำหนดอายุของหนังสือรับรอง จึงต้องยืนยันกับผู้รับปลายทางก่อนขอเอกสาร ไม่ควรใช้ฉบับเก่าที่เก็บไว้
หนังสือมอบอำนาจของนิติบุคคลเพื่อใช้ในต่างประเทศ
หนังสือมอบอำนาจที่บริษัทออกให้ผู้แทนไปดำเนินการแทนในต่างประเทศ เช่น จดทะเบียนบริษัทลูก เปิดบัญชี หรือลงนามสัญญา ต้องระบุขอบเขตอำนาจให้ชัดและผ่านการรับรองลายมือชื่อก่อนนำไปใช้
หนังสือมอบอำนาจของนิติบุคคลต้องลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจตามที่ระบุในหนังสือรับรอง หากหนังสือรับรองระบุว่ากรรมการสองคนลงนามร่วมกันและประทับตรา การให้กรรมการคนเดียวลงนามจะทำให้เอกสารไม่ผูกพันบริษัทและมักถูกปฏิเสธที่ปลายทาง
ขอบเขตอำนาจควรเขียนเป็นรายการที่ทำได้ชัดเจน เช่น ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อหน่วยงานใด ลงนามในเอกสารประเภทใด และรับเงินหรือเอกสารคืนได้หรือไม่ การเขียนกว้างว่า ดำเนินการทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง มักไม่พอสำหรับธนาคารและนายทะเบียนต่างประเทศที่ตีความตามตัวอักษร
งบการเงิน ภ.พ.20 และหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษี
ชุดเอกสารทางบัญชีและภาษีที่คู่ค้า ธนาคาร หรือหน่วยงานภาษีต่างประเทศเรียกดู ได้แก่ งบการเงินที่นำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 และหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากรจากกรมสรรพากร
งบการเงินของบริษัทจำกัดต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตามกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดหลังปิดรอบบัญชี เอกสารที่ปลายทางยอมรับมักเป็นชุดที่มีหลักฐานการนำส่งของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกอบ ไม่ใช่ไฟล์งบภายในที่ยังไม่ได้นำส่ง
ภ.พ.20 คือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากรออกให้ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT ใช้แสดงต่อคู่ค้าเพื่อยืนยันว่าบริษัทอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีได้ ผู้ประกอบการที่รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์บังคับจดทะเบียนอาจไม่มีเอกสารนี้ ซึ่งไม่ได้แปลว่าบริษัทไม่ถูกต้อง
เอกสารตั้งสาขา สำนักงานผู้แทน และบริษัทลูกข้ามประเทศ
ชุดเอกสารบริษัทแม่ที่ต้องส่งไปจดทะเบียนกิจการในอีกประเทศหนึ่ง หรือชุดเอกสารบริษัทแม่ต่างชาติที่จะเข้ามาตั้งสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในไทย ซึ่งต้องผ่านการรับรองครบสายก่อนยื่นต่อนายทะเบียน
เมื่อบริษัทไทยไปจดทะเบียนบริษัทลูกหรือสาขาในต่างประเทศ นายทะเบียนปลายทางมักขอชุดเอกสารพื้นฐานสามอย่างคือ หนังสือรับรองบริษัทแม่ มติที่ประชุมอนุมัติการลงทุน และหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ดำเนินการในประเทศนั้น ทั้งสามฉบับต้องผ่านการรับรองตามลำดับของไทยแล้วรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทาง
ในทางกลับกัน บริษัทต่างชาติที่จะตั้งสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในไทย ต้องนำเอกสารบริษัทแม่ที่ผ่านการรับรองจากประเทศต้นทางและรับรองที่สถานทูตไทยหรือช่องทางที่กำหนด มาแปลเป็นภาษาไทยและใช้ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประเภทธุรกิจบางรายการอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งอาจต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวก่อน
การแปลและรับรองคำแปลเอกสารนิติบุคคล
หลักการแปลเอกสารบริษัทให้ผ่านการตรวจของกรมการกงสุลและผู้รับปลายทาง ตั้งแต่การสะกดชื่อบริษัท เลขทะเบียน ตำแหน่งกรรมการ ไปจนถึงศัพท์เฉพาะทางบัญชีและกฎหมายที่ต้องใช้ให้สม่ำเสมอทั้งชุด
การรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล เป็นการตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับ ไม่ใช่การรับรองว่าเนื้อหาต้นฉบับถูกต้องหรือบริษัทมีสถานะดี ดังนั้นคำแปลที่เพิ่มความหมาย ตัดข้อความ หรือปรับสำนวนให้สวยขึ้น มีโอกาสถูกตีกลับแม้ภาษาจะอ่านลื่นกว่า
ชื่อบริษัทต้องใช้ชื่อภาษาอังกฤษที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ใช่การถอดเสียงใหม่ตามที่ผู้แปลเห็นควร หากบริษัทไม่มีชื่อภาษาอังกฤษจดทะเบียน ต้องใช้หลักการถอดอักษรที่สม่ำเสมอและใช้แบบเดียวกันในทุกเอกสารของชุดนั้น
ส่งไฟล์สแกนเอกสารมาที่ LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd ทีมงานจะแจ้งขั้นตอน เอกสารที่ยังขาด และกรอบเวลาที่ทำได้จริงตามกรณีของคุณ