พินัยกรรมในประเทศไทย — เลือกแบบให้ถูกและไม่เป็นโมฆะ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดแบบของพินัยกรรมไว้เป็นการเฉพาะ พินัยกรรมที่ไม่ทำตามแบบตกเป็นโมฆะทั้งฉบับ หน้านี้อธิบายแต่ละแบบ พยานที่ต้องมี ข้อห้ามเรื่องผู้รับทรัพย์เป็นพยาน และเอกสารประกอบที่ควรเตรียม
พินัยกรรมตามกฎหมายไทยมีได้หลายแบบ แบบธรรมดาตามมาตรา 1656 ต้องทำเป็นหนังสือ ลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำ ผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน และพยานลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมในขณะนั้น แบบเขียนเองทั้งฉบับตามมาตรา 1657 ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนข้อความ วัน เดือน ปี และลายมือชื่อด้วยลายมือตนเองทั้งหมด แบบนี้ไม่ต้องมีพยาน แต่ห้ามพิมพ์หรือให้ผู้อื่นเขียนแทนแม้เพียงบางส่วน
แบบเอกสารฝ่ายเมืองตามมาตรา 1658 ทำต่อกรมการอำเภอหรือเขต โดยผู้ทำพินัยกรรมแจ้งข้อความที่ประสงค์ต่อเจ้าพนักงานต่อหน้าพยานสองคน เจ้าพนักงานจดข้อความ อ่านให้ฟัง แล้วทุกฝ่ายลงลายมือชื่อ ส่วนแบบเอกสารลับตามมาตรา 1660 ผู้ทำพินัยกรรมปิดผนึกเอกสารแล้วนำไปแสดงต่อเจ้าพนักงานพร้อมพยาน และแบบทำด้วยวาจาตามมาตรา 1663 ใช้ได้เฉพาะเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษที่ไม่อาจทำตามแบบอื่นได้ เช่น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย และมีผลจำกัดตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อผิดพลาดที่ทำให้พินัยกรรมเสียมากที่สุดคือเรื่องพยาน มาตรา 1653 ห้ามผู้เขียนพินัยกรรมและพยานเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้น รวมถึงคู่สมรสของบุคคลดังกล่าว ข้อกำหนดที่ยกทรัพย์ให้บุคคลต้องห้ามเหล่านี้ตกเป็นโมฆะ นอกจากนี้ผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ และผู้ที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือตาบอดทั้งสองข้าง ไม่อาจเป็นพยานในพินัยกรรมได้ตามมาตรา 1670
การเขียนพินัยกรรมให้ครอบคลุมทรัพย์สินหลายประเภทต้องระบุทรัพย์ให้เฉพาะเจาะจงพอที่จะชี้ตัวได้ เช่น ที่ดินระบุเลขที่โฉนดและตำบลอำเภอจังหวัด ห้องชุดระบุเลขที่ห้องและชื่ออาคารชุด บัญชีธนาคารระบุชื่อธนาคารและสาขา หุ้นระบุชื่อบริษัทและเลขทะเบียนนิติบุคคล การเขียนกว้างเกินไปทำให้ต้องตีความและอาจเกิดข้อพิพาทระหว่างทายาทในภายหลัง
ผู้ที่มีทรัพย์สินทั้งในไทยและต่างประเทศควรพิจารณาทำพินัยกรรมแยกฉบับตามเขตอำนาจ และเขียนข้อความจำกัดขอบเขตให้ชัดว่าฉบับนี้ใช้กับทรัพย์สินในประเทศใด เพื่อไม่ให้ฉบับที่ทำทีหลังไปเพิกถอนฉบับก่อนโดยไม่ตั้งใจ จุดนี้เป็นสาเหตุของข้อพิพาทข้ามประเทศที่พบบ่อย และควรให้ทนายความในทั้งสองเขตอำนาจตรวจถ้อยคำก่อนลงนาม
เอกสารที่ต้องเตรียม
- บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ทำพินัยกรรม
- ทะเบียนบ้านของผู้ทำพินัยกรรม
- ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่า (ถ้ามี) เพื่อประเมินสิทธิของคู่สมรสตามมาตรา 1635
- สูติบัตรหรือหลักฐานความสัมพันธ์ของผู้รับพินัยกรรม
- เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์แต่ละรายการ เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด สมุดบัญชีธนาคาร ใบหุ้น
- บัตรประจำตัวของพยานสองคนที่ไม่ใช่ผู้รับทรัพย์และไม่ใช่คู่สมรสของผู้รับทรัพย์
ลำดับขั้นตอน
- ระบุทรัพย์สินทั้งหมดและตรวจว่าทรัพย์ใดเป็นสินสมรส เพราะพินัยกรรมยกได้เฉพาะส่วนของผู้ทำพินัยกรรม
- เลือกแบบพินัยกรรมที่เหมาะกับสภาพผู้ทำพินัยกรรมและทรัพย์สิน
- ร่างข้อความ ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรม และกำหนดผู้รับแทนกรณีผู้รับถึงแก่ความตายก่อน
- จัดหาพยานที่ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 1653 และ 1670
- ลงนามให้ครบตามแบบที่เลือก และเก็บต้นฉบับในที่ปลอดภัยพร้อมแจ้งผู้จัดการมรดกว่าเก็บไว้ที่ใด
เช็กลิสต์ก่อนยื่น
- ลงวัน เดือน ปี ครบถ้วนในขณะทำพินัยกรรม
- พยานสองคนอยู่พร้อมกันขณะผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อ
- ไม่มีผู้รับทรัพย์หรือคู่สมรสของผู้รับทรัพย์เป็นพยานหรือผู้เขียน
- แบบเขียนเองทั้งฉบับต้องเป็นลายมือตนเองทุกตัวอักษร ไม่มีส่วนที่พิมพ์
- ระบุทรัพย์แต่ละรายการเฉพาะเจาะจงพอที่จะชี้ตัวได้
- หากมีพินัยกรรมฉบับก่อน ระบุให้ชัดว่าเพิกถอนหรือคงไว้เพียงใด
คำถามที่พบบ่อย
พินัยกรรมต้องจดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐหรือไม่
ไม่จำเป็น พินัยกรรมแบบธรรมดาและแบบเขียนเองทั้งฉบับสมบูรณ์โดยไม่ต้องจดทะเบียน มีเพียงแบบเอกสารฝ่ายเมืองและแบบเอกสารลับที่ทำต่อเจ้าพนักงานที่อำเภอหรือเขตตามมาตรา 1658 และ 1660
ทำพินัยกรรมแล้วทายาทโดยธรรมยังมีสิทธิอยู่ไหม
ทายาทโดยธรรมมีสิทธิในทรัพย์ส่วนที่พินัยกรรมไม่ได้กำหนดไว้ หากพินัยกรรมครอบคลุมทรัพย์ทั้งหมดและมีผลสมบูรณ์ ทรัพย์ย่อมตกแก่ผู้รับพินัยกรรมตามที่ระบุ กฎหมายไทยไม่มีระบบส่วนแบ่งบังคับเช่นบางประเทศ
คนต่างชาติทำพินัยกรรมเป็นภาษาอังกฤษในไทยได้หรือไม่
ทำได้ กฎหมายไม่ได้บังคับภาษา แต่เมื่อใช้ต่อศาลไทยจะต้องมีคำแปลภาษาไทย ในทางปฏิบัติจึงนิยมทำสองภาษาในฉบับเดียวกันและระบุว่าฉบับภาษาใดมีผลบังคับกรณีข้อความขัดกัน
แก้ไขพินัยกรรมภายหลังทำอย่างไร
ทำพินัยกรรมฉบับใหม่ที่ระบุเพิกถอนฉบับเดิม หรือทำบันทึกเพิ่มเติมตามแบบเดียวกับพินัยกรรม การขีดฆ่าแก้ไขในต้นฉบับโดยไม่ลงลายมือชื่อกำกับตามแบบอาจทำให้ข้อความส่วนนั้นไม่มีผล
ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรมแล้ว ยังต้องขึ้นศาลไหม
โดยทั่วไปยังต้องยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก เพราะธนาคารและสำนักงานที่ดินต้องการคำสั่งศาลเป็นหลักฐานอำนาจ การระบุชื่อไว้ในพินัยกรรมช่วยให้ศาลพิจารณาตามเจตนาของเจ้ามรดกได้ง่ายขึ้น
ต้องการให้ทีมตรวจเอกสารก่อนยื่นศาลหรือสำนักงานที่ดิน ติดต่อ LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอน เอกสารที่ยังขาด และกรอบเวลาที่เป็นไปได้จริงตามกรณีของคุณ
กรณีอื่นที่เกี่ยวข้อง
- คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาล — เอกสารและลำดับขั้นตอน
- พินัยกรรมและคำสั่งศาลจากต่างประเทศ — ใช้กับทรัพย์สินในไทย
- เอกสารทายาทและมรณบัตร — แปลและรับรองเพื่อใช้ในไทยและต่างประเทศ
- หนังสือมอบอำนาจจัดการมรดกจากต่างประเทศ — Notary และลำดับการรับรอง
- ทายาทต่างชาติรับมรดกอสังหาริมทรัพย์ในไทย — ข้อจำกัดและกำหนดเวลา