N
NYC Legal
Notary · Translation

ทะเบียนสมรสไทยที่จะใช้ในต่างประเทศ

คู่สมรสที่จดทะเบียนในไทยแล้วต้องนำ คร.2/คร.3 ไปใช้กับหน่วยงานต่างประเทศ ต้องแปลเป็นภาษาปลายทาง รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้น

ทะเบียนสมรสของไทยมีสองฉบับที่ใช้บ่อยและมีน้ำหนักต่างกัน คือ ใบสำคัญการสมรส (คร.3) ซึ่งเป็นใบมอบให้คู่สมรสถือไว้ และสำเนาทะเบียนสมรส (คร.2) ซึ่งเป็นสำเนารายการทะเบียนที่นายทะเบียนรับรอง หน่วยงานต่างประเทศจำนวนมากขอ คร.2 เพราะมีรายละเอียดครบกว่า จึงควรคัดสำเนาที่นายทะเบียนรับรองใหม่ก่อนเริ่มขั้นตอนแปล

เอกสารทะเบียนที่นำไปใช้ต่างประเทศควรเป็นฉบับคัดรับรองที่ออกใหม่ ไม่ใช่สำเนาถ่ายเอกสารเก่าที่เก็บไว้หลายปี เพราะบางประเทศกำหนดว่าเอกสารต้องออกไม่เกินกรอบเวลาหนึ่งก่อนยื่น กรอบเวลานี้ผันแปรตามหน่วยงานปลายทางและควรตรวจสอบจากประกาศของหน่วยงานนั้นโดยตรง

ลำดับขั้นตอนสำคัญกว่าที่หลายคนคิด คำแปลต้องได้รับการรับรองจากกรมการกงสุลก่อน แล้วจึงนำไปให้สถานทูตของประเทศปลายทางรับรองต่อ หากข้ามลำดับ สถานทูตจะไม่รับรองให้และต้องเริ่มใหม่

การถอดชื่อเป็นอักษรโรมันต้องสอดคล้องกับหนังสือเดินทางของทั้งสองฝ่าย หากในทะเบียนสมรสสะกดชื่อคู่สมรสต่างชาติไว้เป็นภาษาไทยตามเสียงอ่าน ผู้แปลต้องถอดกลับให้ตรงกับพาสปอร์ต ไม่ใช่ถอดตามเสียงอีกครั้ง มิฉะนั้นชื่อจะเพี้ยนจนหน่วยงานปลายทางถือว่าเป็นคนละคน

เมื่ออนุสัญญาอะพอสทีลมีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในประเทศภาคีจะใช้ตราอะพอสทีลแทนการรับรองซ้อนที่สถานทูตได้ แต่สำหรับประเทศที่ไม่ใช่ภาคี ลำดับการรับรองแบบเดิมยังคงใช้ต่อไป

เอกสารที่ต้องเตรียม

ลำดับขั้นตอน

  1. คัดสำเนาทะเบียนสมรสฉบับรับรองใหม่จากสำนักทะเบียน
  2. แปลเอกสารเป็นภาษาปลายทางหรือภาษาอังกฤษ
  3. รับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล
  4. นำเอกสารที่รับรองแล้วไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทาง (หรือใช้ตราอะพอสทีลเมื่ออนุสัญญามีผล สำหรับประเทศภาคี)
  5. ยื่นต่อหน่วยงานปลายทางตามรูปแบบที่หน่วยงานนั้นกำหนด

เช็กลิสต์ก่อนยื่น

คำถามที่พบบ่อย

ต่างประเทศขอ คร.2 หรือ คร.3

หน่วยงานส่วนใหญ่ขอสำเนาทะเบียนสมรส (คร.2) เพราะแสดงรายการทะเบียนครบถ้วน แต่บางแห่งขอทั้งสองฉบับ แนะนำให้เตรียมทั้งคู่และตรวจกับหน่วยงานปลายทางก่อน

ทะเบียนสมรสเก่าหลายสิบปีใช้ได้ไหม

ตัวการสมรสยังสมบูรณ์ แต่หน่วยงานปลายทางมักขอฉบับคัดรับรองที่ออกใหม่ จึงควรไปคัดสำเนารับรองจากสำนักทะเบียนก่อนเริ่มขั้นตอนแปลและรับรอง

ต้องรับรองที่สถานทูตด้วยทุกครั้งหรือไม่

ขึ้นกับข้อกำหนดของประเทศปลายทาง หลายประเทศกำหนดให้มีการรับรองซ้อนของสถานทูต แต่บางหน่วยงานรับเพียงการรับรองของกรมการกงสุล ควรตรวจสอบจากประกาศของหน่วยงานนั้นก่อน

อะพอสทีลจะทำให้ขั้นตอนสั้นลงเมื่อไร

อนุสัญญาอะพอสทีลจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ตามข้อมูลของ HCCH หลังจากนั้นเอกสารที่ใช้ในประเทศภาคีจะใช้ตราอะพอสทีลแทนการรับรองที่สถานทูตได้

สอบถามค่าบริการได้ทางไหน

ติดต่อเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล พร้อมแจ้งประเทศปลายทางและจำนวนเอกสาร เพื่อรับข้อมูลที่ตรงกับเคสของคุณ

ต้องการให้ทีมตรวจเอกสารก่อนยื่น ติดต่อ LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอนและกรอบเวลาที่ทำได้จริงตามกรณีของคุณ

กรณีอื่นที่เกี่ยวข้อง