เอกสารคดีความและเอกสารที่ยื่นต่อศาล
คำฟ้อง คำให้การ สัญญาพิพาท พยานเอกสารภาษาต่างประเทศ คำพิพากษาจากศาลต่างประเทศ และเอกสารประกอบการบังคับคดี — กลุ่มที่คำแปลต้องแม่นยำระดับคำต่อคำเพราะถูกใช้เป็นพยานหลักฐาน
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 วางหลักว่าเอกสารที่ยื่นต่อศาลไทยต้องทำเป็นภาษาไทย หากเป็นเอกสารภาษาต่างประเทศ ศาลมีอำนาจสั่งให้คู่ความส่งคำแปลเป็นภาษาไทยที่มีผู้แปลรับรองความถูกต้องมาด้วย ด้วยเหตุนี้คำแปลในคดีความจึงไม่ใช่งานเอกสารประกอบทั่วไป แต่เป็นเอกสารที่คู่ความอีกฝ่ายและศาลจะตรวจสอบได้ตลอดกระบวนพิจารณา
คำแปลในคดีต้องรักษาโครงสร้างของต้นฉบับให้ครบ ทั้งหัวเอกสาร เลขคดี วันที่ ลายมือชื่อ ตราประทับ เชิงอรรถ และข้อความที่ขีดฆ่า หากต้นฉบับมีส่วนที่อ่านไม่ออก ผู้แปลต้องระบุไว้ตรงตำแหน่งนั้นว่าอ่านไม่ได้ ไม่ใช่เดาเนื้อความ การเติมหรือตัดข้อความแม้เพียงเล็กน้อยอาจถูกอีกฝ่ายหยิบยกโต้แย้งน้ำหนักพยานได้
ศัพท์กฎหมายเป็นจุดชี้ขาดของงานกลุ่มนี้ คำที่ดูใกล้เคียงกันในภาษาอังกฤษ เช่น termination กับ rescission หรือ indemnity กับ warranty ให้ผลทางกฎหมายต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ผู้แปลจึงต้องเลือกคำไทยที่สอดคล้องกับระบบกฎหมายไทย และควรคงคำต้นฉบับไว้ในวงเล็บเมื่อคำนั้นเป็นคำนิยามในสัญญา
สำหรับคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลต่างประเทศที่จะนำมาใช้ในไทย นอกจากคำแปลแล้ว ตัวเอกสารมักต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศต้นทางและสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้นก่อน เงื่อนไขต่างกันตามประเภทคดีและประเทศต้นทาง จึงควรตรวจสอบกับศาลหรือหน่วยงานที่รับเรื่องก่อนเริ่มแปล
หมายเหตุสถานะกฎหมาย: ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ก่อนถึงวันดังกล่าว คำแปลและเอกสารยังต้องผ่าน การรับรองของกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางตามลำดับเดิม
เอกสารในกลุ่มนี้
- คำฟ้อง คำให้การ คำร้อง คำแถลง
- สัญญาที่เป็นประเด็นข้อพิพาท และเอกสารแนบท้ายสัญญา
- พยานเอกสารภาษาต่างประเทศ อีเมล และหลักฐานทางธุรกรรม
- คำพิพากษา คำสั่งศาล และหมายบังคับคดีจากต่างประเทศ
- คำแปลหนังสือมอบอำนาจสำหรับดำเนินคดี
- รายงานผู้เชี่ยวชาญและความเห็นทางกฎหมาย
ลำดับขั้นตอน
- รวบรวมต้นฉบับให้ครบทุกหน้า รวมหน้าที่มีเพียงตราประทับหรือลายมือชื่อ
- แปลเป็นภาษาไทย (หรือภาษาอังกฤษ กรณีส่งออกนอกประเทศ) โดยคงรูปแบบต้นฉบับ
- ผู้แปลลงนามรับรองความถูกต้องของคำแปลแนบท้าย
- หากศาลหรือคู่ความต้องการ ให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อรับรองเพิ่ม
- ยื่นต่อศาลพร้อมต้นฉบับเพื่อให้ตรวจเทียบได้
เช็กลิสต์เตรียมเอกสาร
- ตรวจว่าเลขคดี ชื่อคู่ความ และวันที่ในคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
- ทำอภิธานศัพท์คู่ความ/คำนิยามในสัญญา เพื่อให้คำแปลสม่ำเสมอทั้งสำนวน
- ระบุจำนวนหน้าไว้ในคำรับรอง เพื่อกันการเพิ่มหรือถอดหน้าในภายหลัง
- อย่าย่อความหรือแปลเฉพาะบางย่อหน้า เว้นแต่ศาลอนุญาตให้แปลเฉพาะส่วน
- เก็บไฟล์ต้นฉบับสแกนความละเอียดสูงไว้อ้างอิงหากถูกโต้แย้ง
คำถามที่พบบ่อย
ศาลไทยบังคับให้เอกสารภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลหรือไม่
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 กำหนดให้กระบวนพิจารณาใช้ภาษาไทย และศาลมีอำนาจสั่งให้คู่ความส่งคำแปลภาษาไทยที่มีผู้แปลรับรองความถูกต้องพร้อมเอกสารภาษาต่างประเทศ ในทางปฏิบัติจึงควรเตรียมคำแปลไปพร้อมกันตั้งแต่วันยื่น
คำแปลในคดีต้องให้ทนายความรับรองด้วยหรือไม่
หลักคือผู้แปลเป็นผู้รับรองความถูกต้องของคำแปล ส่วนการให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ (Notarial Services Attorney) รับรองเพิ่ม จะใช้เมื่อหน่วยงานปลายทางหรือคู่ความต้องการหลักฐานยืนยันตัวผู้ลงนาม ควรสอบถามผู้รับเอกสารก่อนว่าต้องการระดับใด
ถ้าเอกสารมีบางส่วนอ่านไม่ออกต้องทำอย่างไร
ผู้แปลต้องระบุไว้ตรงตำแหน่งนั้นว่าอ่านไม่ได้ (illegible) ห้ามเดาหรือเติมข้อความ เพราะการเติมเนื้อความที่ไม่ปรากฏในต้นฉบับทำให้คำแปลไม่ตรงกับพยานเอกสารและอาจถูกโต้แย้งได้
คำพิพากษาจากศาลต่างประเทศนำมาใช้ในไทยได้ทันทีหรือไม่
การนำผลของคำพิพากษาต่างประเทศมาใช้ในไทยขึ้นอยู่กับประเภทคดีและต้องผ่านกระบวนการทางศาลไทย เอกสารมักต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานประเทศต้นทางและสถานเอกอัครราชทูตไทยก่อน จึงควรปรึกษาทนายความและตรวจสอบกับศาลที่รับเรื่องก่อนดำเนินการ
ต้องแปลทั้งฉบับหรือแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง
โดยหลักควรแปลทั้งฉบับเพื่อไม่ให้ถูกโต้แย้งว่าเลือกแปลเฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตน หากศาลอนุญาตให้แปลเฉพาะส่วน ต้องระบุขอบเขตที่แปลไว้ในคำรับรองอย่างชัดเจน
ชื่อบุคคลและชื่อบริษัทควรทับศัพท์อย่างไร
ควรยึดการสะกดตามเอกสารราชการที่ใช้อยู่จริง เช่น หนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองนิติบุคคล และคงชื่อภาษาต้นฉบับไว้ในวงเล็บ เพื่อให้ศาลเชื่อมโยงกับเอกสารอื่นในสำนวนได้โดยไม่คลาดเคลื่อน
ต้องการให้เจ้าหน้าที่ประเมินชุดเอกสารของคุณ ส่งภาพสแกนมาก่อนได้ทาง LINE หรืออีเมล แล้วทีมงานจะแจ้งขั้นตอนและค่าบริการที่ตรงกับกรณีของคุณกลับไป