เอกสารภาษีและศุลกากร — 6 กรณี
เอกสารภาษีและศุลกากรแบ่งเป็นเอกสารที่กรมสรรพากรออกหรือรับรอง เช่น หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากร หนังสือรับรองการเสียภาษี และแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด. ที่ประทับรับ กับเอกสารด้านพิธีการนำเข้า-ส่งออกที่กรมศุลกากรเกี่ยวข้อง เช่น ใบขนสินค้าขาเข้า/ขาออก สองกลุ่มนี้มีลำดับการรับรองต่างกันก่อนนำไปใช้ต่างประเทศ หน้านี้แยกงานออกเป็น 6 กรณี พร้อมเอกสารที่ต้องเตรียม ลำดับขั้นตอน เช็กลิสต์ คำแนะนำ และข้อควรระวัง
- หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากร (Certificate of Residence)
- แบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.90/91 และ ภ.ง.ด.50)
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (มาตรา 50 ทวิ)
- ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) และเอกสาร VAT
- ใบขนสินค้าขาเข้า–ขาออกและเอกสารพิธีการศุลกากร
- ใบผ่านภาษีอากรและหนังสือรับรองการเสียภาษี
หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากร (Certificate of Residence)
หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากรออกโดยกรมสรรพากร ใช้เป็นหลักฐานว่าผู้ขอเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศไทย เพื่อขอใช้สิทธิลดหรือยกเว้นภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศคู่สัญญา
เอกสารฉบับนี้ตอบคำถามเดียวคือ ผู้ขอเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีของไทยในปีภาษีที่ระบุหรือไม่ ประเทศปลายทางจะใช้คำตอบนั้นตัดสินว่าจะให้สิทธิตามอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนหรือไม่ จึงต้องระบุปีภาษีให้ตรงกับปีที่เกิดเงินได้จริง ไม่ใช่ปีที่ยื่นคำขอ
สำหรับบุคคลธรรมดา เกณฑ์การเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ตามประมวลรัษฎากรพิจารณาจากการอยู่ในประเทศไทยถึงระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดในปีภาษีนั้น ส่วนนิติบุคคลพิจารณาจากการจดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายไทย เอกสารหลักฐานที่ยื่นประกอบจึงต่างกันชัดเจนระหว่างสองกรณี
แบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.90/91 และ ภ.ง.ด.50)
แบบแสดงรายการภาษีเงินได้ที่ยื่นต่อกรมสรรพากรพร้อมหลักฐานการชำระ ใช้เป็นหลักฐานรายได้และการเสียภาษีในไทย สำหรับยื่นวีซ่า ขอสินเชื่อ หรือแสดงต่อหน่วยงานต่างประเทศ
แบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ส่วน ภ.ง.ด.50 เป็นแบบของนิติบุคคล ทั้งสามฉบับเป็นเอกสารที่ผู้เสียภาษียื่นเอง ไม่ใช่เอกสารที่กรมสรรพากรออกให้ ความน่าเชื่อถือจึงมาจากหลักฐานการยื่นและการชำระที่แนบมาด้วย
เมื่อยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หลักฐานที่ผู้รับปลายทางต้องการมักเป็นทั้งตัวแบบและใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการชำระ หากยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ควรขอสำเนาที่มีตราประทับรับแบบไว้ตั้งแต่วันยื่น
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (มาตรา 50 ทวิ)
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ออกโดยผู้จ่ายเงินได้ ใช้พิสูจน์ว่ามีการหักและนำส่งภาษีแล้ว และใช้ขอเครดิตภาษีหรือขอคืนภาษีในต่างประเทศ
ประมวลรัษฎากร มาตรา 50 ทวิ กำหนดให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้แก่ผู้ถูกหัก เอกสารนี้จึงเป็นเอกสารของผู้จ่ายเงินได้ ไม่ใช่ของกรมสรรพากร จุดนี้สำคัญเพราะกำหนดว่าต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อก่อนเข้าสู่งานนิติกรณ์หรือไม่
เมื่อจะใช้ในต่างประเทศเพื่อขอเครดิตภาษี ผู้รับปลายทางมักต้องการเห็นสามอย่างพร้อมกัน คือ ผู้ถูกหักเป็นใคร ประเภทเงินได้คืออะไร และจำนวนภาษีที่ถูกหักเป็นเท่าใด หนังสือรับรองที่กรอกไม่ครบสามส่วนนี้มักถูกตีกลับ
ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) และเอกสาร VAT
ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ออกโดยกรมสรรพากรเมื่อจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้ยืนยันสถานะผู้ประกอบการ VAT ต่อคู่ค้าและหน่วยงานต่างประเทศ
ใบ ภ.พ.20 เป็นหลักฐานว่าผู้ประกอบการได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรแล้ว คู่ค้าต่างประเทศมักขอดูเพื่อยืนยันสถานะทางภาษีของคู่สัญญาก่อนทำสัญญาระยะยาว หรือเพื่อประกอบการเปิดบัญชีกับผู้ให้บริการต่างประเทศ
ข้อมูลบนใบทะเบียนที่ผู้รับปลายทางมักตรวจคือ ชื่อผู้ประกอบการ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ที่ตั้งสถานประกอบการ และวันที่เริ่มเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน หากข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงต้องดำเนินการแจ้งเปลี่ยนแปลงกับกรมสรรพากรก่อนนำไปใช้
ใบขนสินค้าขาเข้า–ขาออกและเอกสารพิธีการศุลกากร
ใบขนสินค้าขาเข้าและขาออกที่ผ่านพิธีการศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ใช้เป็นหลักฐานการนำเข้าส่งออก ประกอบการเคลมภาษี ประกันภัย ข้อพิพาททางการค้า และการตรวจสอบของหน่วยงานปลายทาง
พิธีการศุลกากรในไทยดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ใบขนสินค้าจึงมีสถานะเป็นข้อมูลในระบบของกรมศุลกากร เมื่อผู้รับปลายทางต้องการหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ควรขอสำเนาที่หน่วยงานรับรอง ไม่ใช่ไฟล์ที่พิมพ์เองจากระบบ
เอกสารประกอบที่มักถูกขอควบคู่กันคือ บัญชีราคาสินค้า บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ ใบตราส่งสินค้า และใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า เอกสารชุดนี้ต้องสอดคล้องกันทั้งเลขที่ วันที่ และรายการสินค้า มิฉะนั้นผู้รับจะตั้งคำถามทันที
ใบผ่านภาษีอากรและหนังสือรับรองการเสียภาษี
ใบผ่านภาษีอากรตามมาตรา 4 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ใช้กับผู้มีหน้าที่เสียภาษีบางกรณีที่จะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ส่วนหนังสือรับรองการเสียภาษีใช้แสดงต่อหน่วยงานหรือคู่ค้าว่าได้ชำระภาษีตามที่ระบุแล้ว
สองเอกสารนี้ถูกเรียกรวมกันบ่อยแต่ทำหน้าที่ต่างกัน ใบผ่านภาษีอากรตามมาตรา 4 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรเกี่ยวข้องกับการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของผู้มีหน้าที่เสียภาษีบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนหนังสือรับรองการเสียภาษีเป็นการรับรองข้อเท็จจริงว่ามีการชำระภาษีตามจำนวนและปีภาษีที่ระบุ
ผู้รับปลายทางในต่างประเทศมักต้องการหนังสือรับรองการเสียภาษีมากกว่าใบผ่านภาษีอากร เพราะสิ่งที่ต้องการพิสูจน์คือการชำระภาษี ไม่ใช่สิทธิในการเดินทาง การขอเอกสารผิดประเภทจึงทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น
ส่งสแกนเอกสารทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd ทีมงานจะแจ้งขั้นตอน เอกสารที่ยังขาด และกรอบเวลาที่เป็นไปได้จริงตามกรณีของคุณ
แหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ
ข้อกำหนดในหน้านี้อ้างอิงประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- กรมสรรพากร
- กรมศุลกากร
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศหน่วยงานรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) และ Apostille ของไทย
- HCCH — Apostille Section (อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961)ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี มีผลใช้บังคับ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027)
บริการที่เกี่ยวข้อง
ค่าบริการขึ้นอยู่กับชนิดเอกสาร จำนวนหน้า และกรอบเวลา ส่งไฟล์สแกนทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เพื่อรับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร