ใบขนสินค้าขาเข้า–ขาออกและเอกสารพิธีการศุลกากร
ใบขนสินค้าขาเข้าและขาออกที่ผ่านพิธีการศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ใช้เป็นหลักฐานการนำเข้าส่งออก ประกอบการเคลมภาษี ประกันภัย ข้อพิพาททางการค้า และการตรวจสอบของหน่วยงานปลายทาง
พิธีการศุลกากรในไทยดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ใบขนสินค้าจึงมีสถานะเป็นข้อมูลในระบบของกรมศุลกากร เมื่อผู้รับปลายทางต้องการหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ควรขอสำเนาที่หน่วยงานรับรอง ไม่ใช่ไฟล์ที่พิมพ์เองจากระบบ
เอกสารประกอบที่มักถูกขอควบคู่กันคือ บัญชีราคาสินค้า บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ ใบตราส่งสินค้า และใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า เอกสารชุดนี้ต้องสอดคล้องกันทั้งเลขที่ วันที่ และรายการสินค้า มิฉะนั้นผู้รับจะตั้งคำถามทันที
กรณีข้อพิพาททางการค้าหรือการเคลมประกัน ผู้รับปลายทางมักต้องการเห็นว่าสินค้าออกจากไทยจริงตามวันที่อ้าง ใบขนสินค้าขาออกที่ผ่านพิธีการแล้วจึงเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักกว่าเอกสารที่ผู้ส่งออกจัดทำเอง
หากต้องการใช้ประกอบการขอคืนอากรหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี ควรตรวจสอบพิกัดศุลกากรและมูลค่าที่สำแดงให้ตรงกับเอกสารการค้า เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้ต้องชี้แจงเพิ่มเติมและทำให้กระบวนการล่าช้า
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ใบขนสินค้าขาเข้าหรือขาออกที่ผ่านพิธีการแล้ว พร้อมเลขที่ใบขนสินค้า
- สำเนาที่กรมศุลกากรรับรอง กรณีผู้รับปลายทางต้องการหลักฐานที่หน่วยงานรับรอง
- บัญชีราคาสินค้าและบัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อของรายการเดียวกัน
- ใบตราส่งสินค้าทางทะเลหรือทางอากาศ
- ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า หากใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออก และหนังสือมอบอำนาจกรณีมอบหมายตัวแทนออกของ
ลำดับขั้นตอน
- ระบุเลขที่ใบขนสินค้าและวันที่ผ่านพิธีการที่ต้องการใช้เป็นหลักฐาน
- ยื่นขอสำเนาที่กรมศุลกากรรับรองผ่านช่องทางที่กรมกำหนด
- ตรวจสอบความสอดคล้องของเลขที่ วันที่ และรายการสินค้ากับเอกสารการค้าทุกฉบับในชุด
- จัดทำคำแปลโดยผู้แปลที่ลงนามรับผิดชอบคำแปล เมื่อผู้รับไม่รับเอกสารภาษาไทย
- ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ตามที่ผู้รับกำหนด
- รับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง หรือขอ Apostille เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยแล้ว
เช็กลิสต์ก่อนยื่น
- เลขที่ใบขนสินค้าและวันที่ผ่านพิธีการถูกต้องตรงกับที่จะอ้างอิง
- รายการสินค้าและมูลค่าตรงกับบัญชีราคาสินค้าและใบตราส่ง
- ชื่อผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกตรงกับหนังสือรับรองนิติบุคคล
- เป็นสำเนาที่หน่วยงานรับรอง ไม่ใช่ไฟล์ที่พิมพ์เองจากระบบ
- ทราบว่าผู้รับต้องการเฉพาะใบขนสินค้า หรือชุดเอกสารการค้าทั้งชุด
คำแนะนำจากงานจริง
- จัดเก็บชุดเอกสารการค้าแยกตามเลขที่ใบขนสินค้าตั้งแต่วันผ่านพิธีการ จะเรียกใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดข้อพิพาท
- หากใช้ตัวแทนออกของ ให้ขอสำเนาชุดเต็มจากตัวแทนทุกครั้ง ไม่ใช่เฉพาะใบเสร็จค่าบริการ
- ตรวจพิกัดศุลกากรกับที่ปรึกษาก่อนสำแดง เพราะการแก้ไขภายหลังยุ่งยากกว่าการตรวจตั้งแต่ต้น
- เมื่อจะใช้ในต่างประเทศ ให้ถามผู้รับก่อนว่าต้องการสำเนารับรองระดับใด เพื่อไม่ต้องยื่นซ้ำ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ส่งไฟล์ที่พิมพ์เองจากระบบให้ผู้รับปลายทาง ทั้งที่ผู้รับต้องการสำเนาที่หน่วยงานรับรอง
- รายการสินค้าในใบขนสินค้าไม่ตรงกับบัญชีราคาสินค้า ทำให้ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความถูกต้องของชุดเอกสาร
- ไม่เก็บเอกสารจากตัวแทนออกของ เมื่อเกิดข้อพิพาทภายหลังจึงไม่มีหลักฐานในมือ
- เข้าใจว่าใบขนสินค้าใช้แทนใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าได้ ทั้งที่เป็นเอกสารคนละวัตถุประสงค์
คำถามที่พบบ่อย
ใบขนสินค้าคืออะไร
คือเอกสารสำแดงรายละเอียดสินค้าที่นำเข้าหรือส่งออกต่อกรมศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 เมื่อผ่านพิธีการแล้วจะใช้เป็นหลักฐานการนำเข้าหรือส่งออกได้
พิมพ์จากระบบเองใช้เป็นหลักฐานได้หรือไม่
ใช้ภายในกิจการได้ แต่หากผู้รับปลายทางต้องการหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ควรขอสำเนาที่กรมศุลกากรรับรอง เพราะเอกสารที่พิมพ์เองไม่มีการรับรองจากหน่วยงาน
ต้องใช้เอกสารประกอบอะไรบ้าง
โดยทั่วไปคือบัญชีราคาสินค้า บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ ใบตราส่งสินค้า และใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้ากรณีใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร ทุกฉบับต้องสอดคล้องกัน
ใช้ในคดีหรือการเคลมประกันได้หรือไม่
ได้ และมักมีน้ำหนักมากกว่าเอกสารที่คู่กรณีจัดทำเอง เพราะเป็นข้อมูลที่ผ่านพิธีการกับหน่วยงานรัฐ แต่ควรขอสำเนาที่หน่วยงานรับรองเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ตัวแทนออกของเก็บเอกสารแทนได้หรือไม่
ได้ในทางปฏิบัติ แต่ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกควรเก็บสำเนาชุดเต็มไว้เองด้วย เพราะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมายและเป็นผู้ต้องใช้เอกสารเมื่อเกิดข้อพิพาท
ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ต่างประเทศได้
ให้ผู้แปลที่ลงนามรับผิดชอบคำแปลจัดทำคำแปล แล้วยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลและรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง หรือขอ Apostille แทนเมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยและปลายทางเป็นภาคี
ต้องการให้ทีมงานตรวจเอกสารก่อนยื่น ส่งสแกนทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd ทีมงานจะแจ้งขั้นตอน เอกสารที่ยังขาด และกรอบเวลาที่เป็นไปได้จริงตามกรณีของคุณ
กรณีที่เกี่ยวข้อง
- หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากร (Certificate of Residence)
- แบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.90/91 และ ภ.ง.ด.50)
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (มาตรา 50 ทวิ)
- ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) และเอกสาร VAT
- ใบผ่านภาษีอากรและหนังสือรับรองการเสียภาษี
แหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ
ข้อกำหนดในหน้านี้อ้างอิงประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- กรมสรรพากร
- กรมศุลกากร
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศหน่วยงานรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) และ Apostille ของไทย
- HCCH — Apostille Section (อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961)ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี มีผลใช้บังคับ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027)
บริการที่เกี่ยวข้อง
ค่าบริการขึ้นอยู่กับชนิดเอกสาร จำนวนหน้า และกรอบเวลา ส่งไฟล์สแกนทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เพื่อรับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร