ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) และเอกสาร VAT
ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ออกโดยกรมสรรพากรเมื่อจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้ยืนยันสถานะผู้ประกอบการ VAT ต่อคู่ค้าและหน่วยงานต่างประเทศ
ใบ ภ.พ.20 เป็นหลักฐานว่าผู้ประกอบการได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรแล้ว คู่ค้าต่างประเทศมักขอดูเพื่อยืนยันสถานะทางภาษีของคู่สัญญาก่อนทำสัญญาระยะยาว หรือเพื่อประกอบการเปิดบัญชีกับผู้ให้บริการต่างประเทศ
ข้อมูลบนใบทะเบียนที่ผู้รับปลายทางมักตรวจคือ ชื่อผู้ประกอบการ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ที่ตั้งสถานประกอบการ และวันที่เริ่มเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน หากข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงต้องดำเนินการแจ้งเปลี่ยนแปลงกับกรมสรรพากรก่อนนำไปใช้
เอกสาร VAT ที่ใช้คู่กันบ่อยคือ แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนพร้อมหลักฐานการชำระ ซึ่งช่วยแสดงว่าธุรกิจดำเนินการอยู่จริงและยื่นแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงจดทะเบียนค้างไว้
เนื่องจากเป็นเอกสารที่หน่วยงานรัฐออก ลำดับงานจึงมักเริ่มจากการขอสำเนาที่หน่วยงานรับรองหรือใช้ต้นฉบับ แล้วเข้าสู่การแปลและนิติกรณ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความ เว้นแต่ผู้รับกำหนดเป็นอย่างอื่น
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ต้นฉบับหรือสำเนาที่กรมสรรพากรรับรอง
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนย้อนหลังพร้อมหลักฐานการชำระ ตามที่ผู้รับกำหนด
- เอกสารแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากมีการเปลี่ยนชื่อหรือที่ตั้ง
- บัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
- หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
ลำดับขั้นตอน
- ตรวจสอบว่าข้อมูลบนใบ ภ.พ.20 ตรงกับหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับปัจจุบัน
- ขอสำเนาที่กรมสรรพากรรับรอง หากไม่ประสงค์ส่งต้นฉบับออกนอกประเทศ
- จัดทำคำแปลโดยผู้แปลที่ลงนามรับผิดชอบคำแปล
- ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- รับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางตามที่ผู้รับกำหนด
- เตรียมแบบแสดงรายการ VAT ย้อนหลังเป็นชุดเสริม หากผู้รับต้องการเห็นความต่อเนื่องของกิจการ
เช็กลิสต์ก่อนยื่น
- ชื่อและที่ตั้งบนใบทะเบียนตรงกับหนังสือรับรองนิติบุคคลปัจจุบัน
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรถูกต้องครบ 13 หลัก
- หากมีการเปลี่ยนแปลงทะเบียน ได้แจ้งกรมสรรพากรและมีเอกสารยืนยันแล้ว
- ทราบว่าผู้รับต้องการเฉพาะใบทะเบียน หรือแบบแสดงรายการรายเดือนด้วย
- มีสำเนาชุดสำรองก่อนส่งเอกสารออกนอกประเทศ
คำแนะนำจากงานจริง
- เก็บใบ ภ.พ.20 ไว้ที่สถานประกอบการตามหน้าที่ตามกฎหมาย และใช้สำเนารับรองสำหรับงานส่งต่างประเทศ
- หากย้ายที่ตั้งสถานประกอบการ ให้แจ้งเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มงานรับรอง เพราะเอกสารที่ข้อมูลไม่ตรงจะถูกตีกลับ
- แนบแบบแสดงรายการ VAT ย้อนหลังไม่กี่เดือนล่าสุดช่วยตอบคำถามเรื่องกิจการยังดำเนินอยู่ได้ในรอบเดียว
- หากคู่ค้าต่างประเทศต้องการตรวจสอบสถานะออนไลน์ ให้แจ้งเลขประจำตัวผู้เสียภาษีควบคู่กับเอกสาร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ใบทะเบียนที่ข้อมูลที่ตั้งเก่าหลังย้ายสำนักงาน ทำให้ผู้รับปลายทางไม่ยอมรับ
- ส่งต้นฉบับใบทะเบียนออกนอกประเทศทั้งที่กฎหมายกำหนดให้แสดงไว้ ณ สถานประกอบการ
- คิดว่าการจดทะเบียน VAT แทนหลักฐานการเสียภาษีเงินได้ได้ ทั้งที่เป็นภาษีคนละประเภท
- แปลชื่อบริษัทไม่ตรงกับชื่อภาษาอังกฤษที่จดทะเบียนไว้ ทำให้เอกสารในชุดเดียวกันไม่สอดคล้อง
คำถามที่พบบ่อย
ใบ ภ.พ.20 คืออะไร
คือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากรออกให้เมื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ใช้ยืนยันสถานะ VAT ของกิจการ
ใช้แทนหนังสือรับรองการเสียภาษีได้หรือไม่
ไม่ได้ เพราะเป็นคนละเรื่อง ใบ ภ.พ.20 ยืนยันการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนหนังสือรับรองการเสียภาษีเป็นการรับรองว่ามีการชำระภาษีตามที่ระบุจริง
ต้องส่งต้นฉบับไปต่างประเทศหรือไม่
โดยทั่วไปไม่ควร เพราะต้องแสดงไว้ ณ สถานประกอบการ ให้ขอสำเนาที่หน่วยงานรับรองแล้วนำสำเนานั้นเข้าสู่ขั้นตอนแปลและนิติกรณ์แทน
ต้องให้ทนายความรับรองก่อนหรือไม่
โดยหลักไม่ต้อง เพราะเป็นเอกสารที่หน่วยงานรัฐออก จึงเข้าสู่งานนิติกรณ์ได้โดยตรง เว้นแต่ผู้รับปลายทางกำหนดให้มีคำรับรองเพิ่มเติม
เปลี่ยนที่ตั้งสถานประกอบการแล้วต้องทำอย่างไร
ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต่อกรมสรรพากรและรับเอกสารที่ปรับปรุงข้อมูลแล้ว ก่อนนำไปใช้ในงานรับรองเพื่อต่างประเทศ
คู่ค้าต่างประเทศขอดูเอกสารอะไรเพิ่มบ่อยที่สุด
มักขอหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลฉบับล่าสุดและแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังไม่กี่เดือน เพื่อยืนยันว่ากิจการยังดำเนินอยู่จริง
ต้องการให้ทีมงานตรวจเอกสารก่อนยื่น ส่งสแกนทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd ทีมงานจะแจ้งขั้นตอน เอกสารที่ยังขาด และกรอบเวลาที่เป็นไปได้จริงตามกรณีของคุณ
กรณีที่เกี่ยวข้อง
- หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากร (Certificate of Residence)
- แบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.90/91 และ ภ.ง.ด.50)
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (มาตรา 50 ทวิ)
- ใบขนสินค้าขาเข้า–ขาออกและเอกสารพิธีการศุลกากร
- ใบผ่านภาษีอากรและหนังสือรับรองการเสียภาษี
แหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ
ข้อกำหนดในหน้านี้อ้างอิงประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- กรมสรรพากร
- กรมศุลกากร
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศหน่วยงานรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) และ Apostille ของไทย
- HCCH — Apostille Section (อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961)ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี มีผลใช้บังคับ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027)
บริการที่เกี่ยวข้อง
ค่าบริการขึ้นอยู่กับชนิดเอกสาร จำนวนหน้า และกรอบเวลา ส่งไฟล์สแกนทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เพื่อรับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร