ใบผ่านภาษีอากรและหนังสือรับรองการเสียภาษี
ใบผ่านภาษีอากรตามมาตรา 4 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ใช้กับผู้มีหน้าที่เสียภาษีบางกรณีที่จะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ส่วนหนังสือรับรองการเสียภาษีใช้แสดงต่อหน่วยงานหรือคู่ค้าว่าได้ชำระภาษีตามที่ระบุแล้ว
สองเอกสารนี้ถูกเรียกรวมกันบ่อยแต่ทำหน้าที่ต่างกัน ใบผ่านภาษีอากรตามมาตรา 4 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรเกี่ยวข้องกับการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของผู้มีหน้าที่เสียภาษีบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนหนังสือรับรองการเสียภาษีเป็นการรับรองข้อเท็จจริงว่ามีการชำระภาษีตามจำนวนและปีภาษีที่ระบุ
ผู้รับปลายทางในต่างประเทศมักต้องการหนังสือรับรองการเสียภาษีมากกว่าใบผ่านภาษีอากร เพราะสิ่งที่ต้องการพิสูจน์คือการชำระภาษี ไม่ใช่สิทธิในการเดินทาง การขอเอกสารผิดประเภทจึงทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น
ทั้งสองฉบับเป็นเอกสารที่กรมสรรพากรออก จึงเข้าสู่ขั้นตอนแปลและนิติกรณ์ได้โดยตรง โดยทั่วไปไม่ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความ เว้นแต่ผู้รับปลายทางกำหนดเพิ่มเติม
ก่อนยื่นคำขอควรเคลียร์ภาระภาษีค้างชำระให้เรียบร้อย เพราะหน่วยงานพิจารณาจากสถานะทางภาษีที่ปรากฏในระบบ การมีภาษีค้างชำระหรือแบบที่ยังไม่ได้ยื่นมักทำให้กระบวนการหยุดชะงัก
เอกสารที่ต้องเตรียม
- คำขอตามแบบของกรมสรรพากรสำหรับเอกสารที่ต้องการ
- บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ขอ
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลฉบับล่าสุด กรณีผู้ขอเป็นนิติบุคคล
- แบบแสดงรายการภาษีและหลักฐานการชำระของปีภาษีที่ขอให้รับรอง
- หลักฐานการชำระภาษีค้างชำระ หากมีรายการค้างในระบบ
- หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบ กรณีมอบหมายผู้อื่น
ลำดับขั้นตอน
- ยืนยันกับผู้รับปลายทางว่าต้องการใบผ่านภาษีอากรหรือหนังสือรับรองการเสียภาษี
- ตรวจสอบสถานะภาษีของตนเองว่าไม่มีแบบค้างยื่นหรือภาษีค้างชำระ
- ยื่นคำขอต่อกรมสรรพากรพร้อมเอกสารประกอบให้ครบตามกรณี
- รับเอกสารต้นฉบับที่ลงนามโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
- จัดทำคำแปลโดยผู้แปลที่ลงนามรับผิดชอบคำแปล แล้วยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล
- รับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง หรือขอ Apostille เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยแล้ว
เช็กลิสต์ก่อนยื่น
- เลือกประเภทเอกสารตรงกับสิ่งที่ผู้รับปลายทางต้องการจริง
- ไม่มีแบบแสดงรายการค้างยื่นหรือภาษีค้างชำระในระบบ
- ปีภาษีที่ขอให้รับรองตรงกับปีที่ผู้รับต้องการเห็น
- ชื่อบนเอกสารสะกดตรงกับหนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองนิติบุคคล
- เผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนแปลและนิติกรณ์ก่อนกำหนดใช้งานจริง
คำแนะนำจากงานจริง
- ถามผู้รับปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรว่าต้องการเอกสารชื่อใด จะช่วยตัดปัญหาการขอเอกสารผิดประเภทตั้งแต่ต้น
- ตรวจสอบสถานะภาษีของตนก่อนยื่นคำขอ เพราะรายการค้างชำระเก่ามักเป็นเหตุให้ต้องกลับมาเริ่มใหม่
- ขอเอกสารครอบคลุมทุกปีภาษีที่ผู้รับต้องการในคราวเดียว เพื่อไม่ต้องยื่นคำขอซ้ำหลายรอบ
- หากต้องใช้ในหลายประเทศ ให้ขอต้นฉบับหลายชุด เพราะขั้นตอนรับรองต่างประเทศมักเก็บต้นฉบับไว้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ขอใบผ่านภาษีอากรทั้งที่ผู้รับต้องการหนังสือรับรองการเสียภาษี ทำให้เอกสารใช้ไม่ได้ตามวัตถุประสงค์
- ยื่นคำขอทั้งที่ยังมีแบบค้างยื่น ทำให้กระบวนการหยุดและต้องเคลียร์ภาระภาษีก่อน
- ขอรับรองเฉพาะปีล่าสุดทั้งที่ผู้รับขอหลายปี ทำให้ต้องยื่นคำขอใหม่
- ไม่เผื่อเวลาสำหรับนิติกรณ์และการรับรองสถานทูต ทำให้ส่งเอกสารไม่ทันกำหนดของผู้รับ
คำถามที่พบบ่อย
ใบผ่านภาษีอากรคืออะไร
เป็นเอกสารตามมาตรา 4 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้มีหน้าที่เสียภาษีบางกรณีที่จะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ไม่ใช่เอกสารที่ผู้เดินทางทุกคนต้องมี
ต่างจากหนังสือรับรองการเสียภาษีอย่างไร
ใบผ่านภาษีอากรเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนหนังสือรับรองการเสียภาษีเป็นการรับรองว่ามีการชำระภาษีตามจำนวนและปีภาษีที่ระบุจริง
หน่วยงานต่างประเทศมักขอฉบับไหน
ส่วนใหญ่ขอหนังสือรับรองการเสียภาษี เพราะต้องการยืนยันการชำระภาษี ควรขอให้ผู้รับระบุชื่อเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนยื่นคำขอ
มีภาษีค้างชำระจะขอได้หรือไม่
โดยทั่วไปต้องเคลียร์ภาระภาษีค้างชำระและแบบที่ยังไม่ได้ยื่นให้เรียบร้อยก่อน เพราะหน่วยงานพิจารณาจากสถานะทางภาษีที่ปรากฏในระบบ
ต้องให้ทนายความรับรองก่อนหรือไม่
โดยหลักไม่ต้อง เพราะเป็นเอกสารที่กรมสรรพากรออก จึงเข้าสู่การแปลและนิติกรณ์ได้โดยตรง เว้นแต่ผู้รับปลายทางกำหนดให้มีคำรับรองเพิ่มเติม
ควรขอกี่ชุด
ควรขอมากกว่าหนึ่งชุดหากต้องใช้กับผู้รับหลายราย เพราะขั้นตอนรับรองในต่างประเทศมักเก็บต้นฉบับไว้และการขอใหม่ต้องเริ่มกระบวนการทั้งหมดอีกครั้ง
ต้องการให้ทีมงานตรวจเอกสารก่อนยื่น ส่งสแกนทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd ทีมงานจะแจ้งขั้นตอน เอกสารที่ยังขาด และกรอบเวลาที่เป็นไปได้จริงตามกรณีของคุณ
กรณีที่เกี่ยวข้อง
- หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากร (Certificate of Residence)
- แบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.90/91 และ ภ.ง.ด.50)
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (มาตรา 50 ทวิ)
- ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) และเอกสาร VAT
- ใบขนสินค้าขาเข้า–ขาออกและเอกสารพิธีการศุลกากร
แหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ
ข้อกำหนดในหน้านี้อ้างอิงประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- กรมสรรพากร
- กรมศุลกากร
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศหน่วยงานรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) และ Apostille ของไทย
- HCCH — Apostille Section (อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961)ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี มีผลใช้บังคับ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027)
บริการที่เกี่ยวข้อง
ค่าบริการขึ้นอยู่กับชนิดเอกสาร จำนวนหน้า และกรอบเวลา ส่งไฟล์สแกนทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เพื่อรับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร