เอกสารแสดงตนและสถานะทางทะเบียน
หนังสือเดินทาง บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส/หย่า และหนังสือรับรองความเป็นโสด — ชุดเอกสารพื้นฐานที่แทบทุกคำร้องขอวีซ่าต้องใช้ และเป็นกลุ่มที่ถูกตีกลับจากปัญหาการสะกดชื่อมากที่สุด
เอกสารแสดงตนและสถานะทางทะเบียนของไทยออกโดยสำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขต ภายใต้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ทั้งหมดเป็นเอกสารภาษาไทย เมื่อจะใช้ประกอบคำร้องขอวีซ่าในต่างประเทศจึงต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ (หรือภาษาราชการของประเทศปลายทาง) และผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนนำไปยื่นสถานทูตปลายทาง
ปัญหาที่พบมากที่สุดคือชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษไม่ตรงกันระหว่างเอกสาร เช่น การสะกดในสูติบัตรฉบับแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง หรือคำนำหน้าชื่อและนามสกุลหลังสมรสไม่ตรงกับทะเบียนบ้านฉบับปัจจุบัน กฎที่ปลอดภัยที่สุดคือยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางเป็นหลัก และหากเอกสารต้นฉบับสะกดต่างออกไป ให้ระบุการสะกดทั้งสองแบบไว้ในคำแปลเพื่อให้เจ้าหน้าที่เชื่อมโยงตัวบุคคลได้
ความสดใหม่ของเอกสารก็สำคัญ สถานทูตหลายแห่งกำหนดให้เอกสารทะเบียนราษฎรและหนังสือรับรองสถานภาพต้องเป็นฉบับคัดรับรองรายการที่ออกใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ใช่สำเนาที่เก็บไว้เดิม จึงควรคัดเอกสารใหม่ก่อนเริ่มขั้นตอนแปลและรับรอง เพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุระหว่างทาง
สำหรับชาวต่างชาติที่ยื่นคำร้องในประเทศไทย เอกสารแสดงตนที่ออกจากต่างประเทศต้องเดินทางย้อนทาง กล่าวคือ ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศต้นทางและสถานทูตของประเทศนั้นในประเทศไทย หรือผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต้นทาง ก่อนนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองที่กรมการกงสุลเพื่อใช้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือหน่วยงานราชการไทย
ปัจจุบันประเทศไทยยังใช้ระบบรับรองนิติกรณ์แบบเดิม อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 (ที่มา: HCCH) ก่อนถึงวันดังกล่าว เอกสารประกอบวีซ่ายังต้องผ่านกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางตามลำดับเดิม
ข้อกำหนดของเอกสารประกอบวีซ่าแตกต่างกันตามประเภทวีซ่า สัญชาติผู้ยื่น และสถานทูต/สถานกงสุลที่รับคำร้อง และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ควรตรวจสอบรายการเอกสารล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานที่รับคำร้องก่อนเริ่มดำเนินการทุกครั้ง
เอกสารในกลุ่มนี้
- หนังสือเดินทาง (หน้าข้อมูลส่วนบุคคลและหน้าตราประทับที่เกี่ยวข้อง)
- บัตรประจำตัวประชาชน
- ทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) / แบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร
- สูติบัตร
- ทะเบียนสมรส (คร.2) / ใบสำคัญการสมรส (คร.3)
- ทะเบียนหย่า (คร.6) / ใบสำคัญการหย่า (คร.7)
- หนังสือรับรองความเป็นโสด / หนังสือรับรองสถานภาพการสมรส
- หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุล (ช.3 / ช.5)
ลำดับขั้นตอน
- คัดเอกสารฉบับใหม่จากสำนักทะเบียน/สำนักงานเขต
- แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาราชการปลายทาง พร้อมคำรับรองความถูกต้องของคำแปล
- ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- ยื่นรับรองที่สถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทาง (ถ้าประเทศนั้นกำหนด)
- ยื่นชุดเอกสารพร้อมคำร้องขอวีซ่าตามช่องทางที่หน่วยงานกำหนด
เช็กลิสต์เตรียมเอกสาร
- สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับ
- เอกสารทะเบียนเป็นฉบับคัดรับรองที่ออกใหม่ ไม่ใช่สำเนาเก่า
- ตรวจเลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด และที่อยู่ให้ตรงกันทุกฉบับ
- เตรียมสำเนาต้นฉบับแนบคู่คำแปลตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
- ตรวจว่าประเทศปลายทางต้องการภาษาใด บางประเทศไม่รับคำแปลภาษาอังกฤษ
คำถามที่พบบ่อย
ชื่อในสูติบัตรสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ต้องแก้อย่างไร
ในคำแปลควรสะกดตามหนังสือเดินทางเป็นหลัก และระบุการสะกดตามต้นฉบับกำกับไว้ด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นบุคคลเดียวกัน หากความต่างเกิดจากการเปลี่ยนชื่อ ให้แนบหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อที่แปลและรับรองแล้วประกอบ
หนังสือรับรองความเป็นโสดมีอายุการใช้งานเท่าไร
กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดอายุของเอกสารไว้ แต่หน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่กำหนดเองว่าต้องออกใหม่ภายในระยะเวลาหนึ่ง จึงต้องตรวจเงื่อนไขของสถานทูตหรือหน่วยงานที่รับคำร้องก่อน และควรคัดเอกสารใหม่ให้ใกล้วันยื่นที่สุด
ต้องรับรองที่กรมการกงสุลก่อนหรือสถานทูตก่อน
ลำดับคือกรมการกงสุลก่อนเสมอ แล้วจึงนำไปยื่นสถานทูตประเทศปลายทาง เพราะสถานทูตรับรองต่อจากลายมือชื่อเจ้าหน้าที่กรมการกงสุล ไม่ใช่รับรองเนื้อหาของเอกสารโดยตรง
ใช้คำแปลที่แปลเองได้หรือไม่
หน่วยงานส่วนใหญ่ต้องการคำแปลที่มีคำรับรองความถูกต้องของผู้แปลแนบท้าย และกรมการกงสุลจะตรวจเทียบคำแปลกับต้นฉบับก่อนรับรอง คำแปลที่ทำเองโดยไม่มีคำรับรองมักไม่ผ่านขั้นตอนนี้
ประเทศไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง
ยังไม่ได้ อนุสัญญา Apostille จะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ก่อนถึงวันนั้นยังต้องใช้ระบบรับรองกรมการกงสุลและสถานทูตตามเดิม
การอนุมัติวีซ่าเป็นดุลพินิจของสถานทูต สถานกงสุล หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเท่านั้น หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจชุดเอกสารของคุณ ส่งภาพสแกนมาก่อนได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล