N
NYC Legal
Notary · Translation
Ultimate Guide · Legalization 13 นาที · 398 คำ อัปเดต 2026-07-14

Apostille ประเทศไทย — Ultimate Guide 2025–2026

TL;DR · AI Quick Answerประเทศไทยเข้าเป็นภาคี Hague Apostille Convention เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 (มีผลบังคับใช้กับไทย 28 ก.พ. 2570) และมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ทำให้เอกสารไทยใช้ได้ใน 130 ประเทศสมาชิก โดยจะไม่ต้องผ่านสถานทูตอีก · Competent Authority คือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ค่าธรรมเนียม 200 บาท/ตราประทับ · เวลาปกติ 2 วันทำการ ด่วน 1 วันทำการ · e-Register ตรวจสอบออนไลน์ได้ที่ระบบ MFA e-Apostille

หลังจากรอคอยมากว่า 60 ปี — ประเทศไทยได้ลงนามเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกการตรวจสอบรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ ค.ศ. 1961 (Hague Apostille Convention) อย่างเป็นทางการเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญามีผลบังคับใช้กับประเทศไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 การเปลี่ยนแปลงนี้ลดขั้นตอน 2 ชั้น (MFA Legalization → Embassy Legalization) เหลือ 1 ชั้น (Apostille เท่านั้น) สำหรับ 130 ประเทศสมาชิก คู่มือฉบับนี้อ้างอิงประกาศกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 8 พฤษภาคม 2025 เรื่อง การรับรองเอกสารตามระบบ Apostille และ HCCH Apostille Handbook ฉบับ 2024

1. Timeline การเข้าภาคี

ก่อนหน้านั้นไทยเป็นหนึ่งใน 70+ ประเทศทั่วโลกที่ยังไม่เข้าภาคี ทำให้เอกสารไทยต้องผ่านสถานทูตประเทศปลายทางทีละแห่ง หลังบังคับใช้ ลูกค้าประหยัดเวลา 5–15 วันทำการ และค่าธรรมเนียมสถานทูต 800–3,500 บาท/ตราประทับ

  • 14 ธ.ค. 2024 — ครม.ไทยมีมติเห็นชอบเข้าเป็นภาคี
  • 2 ธ.ค. 2024 — ยื่นสัตยาบันสาร (Instrument of Accession) ที่ Hague
  • 28 ก.พ. 2570 — Convention มีผลบังคับใช้กับไทย 8 เดือนหลังยื่น
  • ประเทศคัดค้าน (Article 12) ณ ก.ค. 2025: ไม่มี

2. Competent Authority

MFA (กรมการกงสุล) เป็น Competent Authority เพียงหน่วยเดียวในไทย ตั้งอยู่ที่ ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม. และสาขาต่างจังหวัด (เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา ภูเก็ต) · ตราประทับ Apostille เป็นตราเดียวกันทั่วประเทศ

หมายเหตุ:ตรวจสอบ Apostille ได้ที่ระบบ e-Register: consular.mfa.go.th (ค้นด้วยเลข Apostille 12 หลัก)

3. เอกสารที่ Apostille ได้

หมวดตาม Article 1: (a) เอกสารศาล (b) เอกสารทางปกครอง (c) เอกสารรับรองโดย Notary (d) การรับรองอย่างเป็นทางการที่ปิดบนเอกสารเอกชน

  • เอกสารทะเบียนราษฎร (สูติบัตร ทะเบียนสมรส ฯลฯ)
  • เอกสารการศึกษา (Transcript ปริญญา)
  • เอกสารบริษัท (Certificate จาก DBD)
  • เอกสารศาล (คำพิพากษา คำสั่ง)
  • เอกสารรับรองโดย Notary Public (Affidavit POA)
  • คำแปลที่ผ่านการรับรอง (Certified Translation)

4. เอกสารที่ Apostille ไม่ได้ / ประเทศ Non-Hague

ไม่ได้: เอกสารทางกงสุลของสถานทูตต่างประเทศในไทย, เอกสารพาณิชย์/ศุลกากรบางประเภท (Article 1(3)) · ประเทศ Non-Hague ที่ยังต้อง Consular Legalization เต็มรูปแบบ: Vietnam, UAE, Kuwait, Iran, Bangladesh, Sri Lanka, Cameroon, Congo, Ethiopia, Somalia, Zimbabwe ฯลฯ · ไต้หวัน (Taiwan) แม้ไม่ใช่สมาชิก UN แต่ยอมรับ MFA Legalization + TECO

5. ตรวจสอบ Apostille ออนไลน์

ทุกตรา Apostille ของไทยมีหมายเลข Apostille Register Number (ARN) 12 หลัก ตรวจสอบได้ที่ consular.mfa.go.th/e-register โดยกรอก ARN + วันที่ออก · ระบบแสดงชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ลงชื่อ ประเภทเอกสาร ประเทศปลายทาง (ถ้าระบุ)

วิธีทำแบบขั้นตอน

ขั้นตอนใหม่หลัง 28 ก.พ. 2570

  1. 1
    ตรวจปลายทาง
    ยืนยันว่าประเทศปลายทางเป็นภาคี Hague (hcch.net status table)
  2. 2
    เตรียมเอกสาร
    ต้นฉบับ+สำเนาถูกต้อง+คำแปลรับรอง+Notary (ถ้าเอกชน)
  3. 3
    ยื่น MFA
    ยื่นด้วยตัวเอง/มอบอำนาจที่ ถ.แจ้งวัฒนะ หรือสาขาต่างจังหวัด
  4. 4
    ตรวจสอบ e-Register
    หลังรับตรา Apostille ตรวจ ARN ที่ e-register
  5. 5
    ส่งเอกสารปลายทาง
    ส่ง DHL/EMS หรือ scan (ปลายทางบางแห่งยอมรับ scan)

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ต้อง Legalization สถานทูตอีกไหม

ไม่ต้อง สำหรับประเทศภาคี Hague ข้อ 3 ของอนุสัญญากำหนดว่า Apostille เป็นพิธีการเดียวที่เรียกได้ เพื่อรับรองความแท้จริงของลายมือชื่อและตราประทับบนเอกสารราชการ ประเทศปลายทางจึงไม่มีสิทธิเรียกให้ผ่านสถานทูตซ้ำอีก อย่างไรก็ตาม หน่วยงานผู้รับปลายทางยังกำหนดเรื่องคำแปลและอายุเอกสารได้เอง จึงควรอ่านประกาศของหน่วยงานนั้นควบคู่กัน

Q2. ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมราชการอยู่ที่ประมาณ 200 บาทต่อตราประทับสำหรับบริการปกติ และ 400 บาทต่อตราสำหรับบริการด่วน คิดแยกรายฉบับ ไม่ใช่รายชุด เอกสารที่มีหลายหน้าแต่เย็บรวมเป็นฉบับเดียวจะนับเป็นหนึ่งตรา ค่าธรรมเนียมนี้ปรับได้ตามประกาศกรมการกงสุล จึงควรตรวจสอบอัตราล่าสุดที่ consular.mfa.go.th ก่อนวันยื่นจริง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2026)

Q3. ใช้เวลากี่วัน

บริการปกติใช้เวลาประมาณ 2 วันทำการนับจากวันรับเรื่อง ส่วนบริการด่วนรับคืนได้ภายใน 1 วันทำการ ทั้งนี้ไม่รวมเวลาเดินทางส่งเอกสารและช่วงคิวหนาแน่นก่อนฤดูยื่นวีซ่า หากยื่นทางไปรษณีย์ควรเผื่อเวลาเพิ่มอีก 3–5 วันทำการ กรณีเร่งด่วนแนะนำให้ยื่นด้วยตนเองหรือให้ผู้รับมอบอำนาจยื่นที่แจ้งวัฒนะช่วงเช้า

Q4. Apostille หมดอายุไหม

ตัว Apostille เองไม่มีวันหมดอายุตามอนุสัญญา แต่หน่วยงานปลายทางกำหนดอายุของ “เอกสารต้นเรื่อง” ได้ เช่น ใบตรวจประวัติอาชญากรรมและหนังสือรับรองโสดมักถูกกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน ส่วนสูติบัตรและทะเบียนสมรสมักไม่มีข้อจำกัด ดังนั้นการทำ Apostille ล่วงหน้านานเกินไปกับเอกสารที่มีอายุสั้นจึงเสี่ยงต้องทำใหม่ทั้งชุด

Q5. ไทย↔จีน ต้อง Apostille ทั้ง 2 ฝั่งไหม

ใช่ ต้องทำที่ประเทศต้นทางของเอกสารแต่ละฉบับ เอกสารไทยที่จะใช้ในจีนขอ Apostille จากกรมการกงสุลไทย ส่วนเอกสารจีนที่จะใช้ในไทยขอจากหน่วยงานที่จีนกำหนด เนื่องจากไทยเข้าเป็นภาคี เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 (มีผลบังคับใช้กับไทย 28 ก.พ. 2570) และจีนเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2023 ทั้งสองฝั่งจึงไม่ต้องผ่านสถานทูตอีกต่อไป เหลือเพียงเรื่องคำแปลตามที่ผู้รับปลายทางกำหนด

Q6. ผลกระทบต่อ Embassy Legalization เดิม

การรับรองแบบเดิมยังใช้ได้ กรมการกงสุลยังออกตรานิติกรณ์ให้ตามปกติ ซึ่งจำเป็นสำหรับประเทศนอกภาคี Hague และในกรณีที่หน่วยงานปลายทางยังยึดแนวปฏิบัติเดิมและขอทั้งนิติกรณ์และการรับรองจากสถานทูต การเลือกเส้นทางจึงควรถามผู้รับเอกสารปลายทางก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้เสียเวลาทำซ้ำหรือถูกตีกลับ

บริการที่เกี่ยวข้อง

คู่มืออื่นที่น่าอ่าน

แหล่งอ้างอิง (Citations)

ต้องการความช่วยเหลือเรื่อง Legalization?

ทีมงาน NYC พร้อมให้คำปรึกษาฟรีและประเมินเอกสารภายใน 15 นาที