เอกสารนิติบุคคลและการค้า
หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หนังสือบริคณห์สนธิ งบการเงิน และหนังสือมอบอำนาจของบริษัท สำหรับเปิดบริษัทลูก เข้าประมูล หรือทำสัญญาการค้าในต่างประเทศ
เอกสารนิติบุคคลที่ใช้บ่อยที่สุดคือหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พร้อมบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) และหนังสือบริคณห์สนธิ เอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารราชการที่มีลายมือชื่อนายทะเบียน จึงยื่นรับรองนิติกรณ์ได้หลังจากจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษให้ตรงกับต้นฉบับ
งบการเงินและเอกสารทางบัญชีเป็นเอกสารเอกชน ไม่ได้ออกโดยหน่วยงานราชการ จึงต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตลงนามรับรองก่อน แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนนิติกรณ์ตามลำดับ หลักการเดียวกันนี้ใช้กับหนังสือรับรองของกรรมการ มติที่ประชุม และหนังสือมอบอำนาจของบริษัท
ประเทศปลายทางกลุ่มที่ยังไม่ใช้ระบบ Apostille เช่น จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย เวียดนาม และไต้หวัน มักกำหนดขั้นตอนเพิ่มเติมเฉพาะของตนเอง เช่น ต้องผ่านหอการค้าก่อนเข้าสถานทูต หรือกำหนดรูปแบบถ้อยคำในหนังสือมอบอำนาจ ควรขอเช็กลิสต์ล่าสุดจากคู่ค้าหรือสถานทูตปลายทางก่อนจัดทำเอกสาร
ในดีลข้ามประเทศที่มีกำหนดปิดดีล ควรวางแผนย้อนกลับจากวันปิดดีล เพราะห่วงโซ่การรับรองมีหลายหน่วยงานและแต่ละหน่วยงานมีวันทำการและคิวของตนเอง การเตรียมชุดเอกสารสำรองไว้ล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงเมื่อมีจุดใดจุดหนึ่งต้องแก้ไข
ขณะนี้ประเทศไทยยังใช้ระบบรับรองนิติกรณ์แบบเดิม อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 (ที่มา: HCCH) ก่อนถึงวันดังกล่าว เอกสารยังต้องผ่านกรมการกงสุลและสถานทูตประเทศปลายทางตามลำดับเดิม
เอกสารในกลุ่มนี้
- หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
- หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับบริษัท
- ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)
- งบการเงินและงบดุลที่ผู้สอบบัญชีรับรอง
- รายงานการประชุมและมติคณะกรรมการ
- หนังสือมอบอำนาจของบริษัท
- หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าและเอกสารการค้า
ลำดับขั้นตอน
- คัดหนังสือรับรองฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- เอกสารเอกชนให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรองก่อน
- แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด
- ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วยื่นหอการค้าหรือสถานทูตตามที่ปลายทางกำหนด
เช็กลิสต์ก่อนดำเนินการ
- หนังสือรับรองบริษัทที่คัดใหม่ ไม่เกินอายุที่ปลายทางกำหนด
- สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
- ตราประทับบริษัท (ถ้าข้อบังคับกำหนดให้ใช้)
- ร่างถ้อยคำหนังสือมอบอำนาจที่ปลายทางยอมรับ
คำถามที่พบบ่อย
หนังสือรับรองบริษัทต้องคัดใหม่ทุกครั้งหรือไม่
โดยทั่วไปหน่วยงานปลายทางกำหนดอายุของหนังสือรับรอง เช่น ต้องคัดภายในระยะเวลาที่กำหนดก่อนวันยื่น จึงควรคัดใหม่ก่อนเริ่มกระบวนการเสมอ และตรวจเงื่อนไขอายุเอกสารของปลายทางเป็นรายกรณี
งบการเงินยื่นรับรองนิติกรณ์ตรงได้หรือไม่
ไม่ได้ เพราะเป็นเอกสารเอกชน ต้องมีลายมือชื่อที่ตรวจสอบได้ก่อน เช่น ผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนนิติกรณ์
หนังสือมอบอำนาจของบริษัทต้องให้กรรมการมาลงนามต่อหน้าหรือไม่
ในการรับรองลายมือชื่อ ผู้ลงนามต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง พร้อมแสดงเอกสารแสดงตน หากกรรมการอยู่ต่างประเทศ ต้องดำเนินการที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศนั้นแทน
กลุ่มเอกสารอื่น
- เอกสารทะเบียนราษฎรและทะเบียนครอบครัว
- เอกสารการศึกษา
- หนังสือรับรองความประพฤติและเอกสารตรวจสอบประวัติ
- หนังสือมอบอำนาจและเอกสารส่วนบุคคลที่ลงนาม
- เอกสารการทำงานและการย้ายถิ่นฐาน
แหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ
ข้อกำหนดในหน้านี้อ้างอิงประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศหน่วยงานรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) และ Apostille ของไทย
- HCCH — Apostille Section (อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961)ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี มีผลใช้บังคับ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027)
บริการที่เกี่ยวข้อง
ค่าบริการขึ้นอยู่กับชนิดเอกสาร จำนวนหน้า และกรอบเวลา ส่งไฟล์สแกนทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เพื่อรับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร