เอกสารการศึกษา
ปริญญาบัตร ทรานสคริปต์ ใบรับรองผลการเรียน และหนังสือรับรองสถานภาพนักศึกษา สำหรับสมัครเรียนต่อ ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หรือยื่นสมัครงานในต่างประเทศ
เอกสารการศึกษาที่ออกโดยสถาบันของรัฐ เช่น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ถือเป็นเอกสารที่มีลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบได้ ส่วนเอกสารจากสถาบันเอกชนบางแห่งอาจต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัดก่อน เช่น สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถาบันนั้น ก่อนที่กรมการกงสุลจะรับรองนิติกรณ์ให้ได้
ทรานสคริปต์ฉบับภาษาอังกฤษที่ออกโดยสถาบันโดยตรงมักใช้ได้สะดวกที่สุด เพราะมีลายมือชื่อนายทะเบียนของสถาบันอยู่แล้ว หากมีเฉพาะฉบับภาษาไทย จะต้องแปลและให้คำแปลตรงกับรหัสวิชา หน่วยกิต และเกรดทุกบรรทัด ตัวเลขหน่วยกิตหรือเกรดเฉลี่ยที่คลาดเคลื่อนแม้ตำแหน่งทศนิยมเดียวก็เป็นเหตุให้เอกสารถูกตีกลับ
ผู้ที่ยื่นเพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในต่างประเทศ เช่น พยาบาล วิศวกร หรือผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ มักถูกกำหนดให้สถาบันการศึกษาส่งเอกสารตรงถึงหน่วยงานผู้ประเมิน ควบคู่ไปกับชุดเอกสารที่ผ่านนิติกรณ์แล้ว ควรตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานผู้ประเมินก่อนเริ่ม เพื่อไม่ให้ต้องทำซ้ำสองรอบ
สำหรับการยื่นในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง สถานทูตของประเทศนั้นในไทยจะเป็นผู้กำหนดว่าต้องการคำแปลภาษาใดและต้องรับรองในลำดับใด ข้อกำหนดนี้ต่างกันมากในแต่ละสถานทูตและเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรยืนยันกับสถานทูตปลายทางเป็นรายกรณี
ขณะนี้ประเทศไทยยังใช้ระบบรับรองนิติกรณ์แบบเดิม อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 (ที่มา: HCCH) ก่อนถึงวันดังกล่าว เอกสารยังต้องผ่านกรมการกงสุลและสถานทูตประเทศปลายทางตามลำดับเดิม
เอกสารในกลุ่มนี้
- ปริญญาบัตร / ประกาศนียบัตร
- ใบแสดงผลการศึกษา (Transcript)
- หนังสือรับรองการเป็นนักเรียน-นักศึกษา
- หนังสือรับรองการสำเร็จการศึกษา
- ใบระเบียนแสดงผลการเรียน ปพ.1 ระดับมัธยมศึกษา
- หนังสือรับรองคุณวุฒิและรายละเอียดหลักสูตร
ลำดับขั้นตอน
- ขอเอกสารฉบับจริงหรือฉบับภาษาอังกฤษจากสถาบันการศึกษา
- ตรวจว่าลายมือชื่อผู้ลงนามเป็นผู้มีอำนาจที่หน่วยงานต้นสังกัดรับรองได้
- แปลเอกสารส่วนที่เป็นภาษาไทยให้ครบทุกบรรทัด
- ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นสถานทูตปลายทางตามเงื่อนไข
เช็กลิสต์ก่อนดำเนินการ
- ปริญญาบัตรและทรานสคริปต์ฉบับจริง พร้อมสำเนาที่ชัดเจน
- สำเนาหนังสือเดินทางเพื่อยึดการสะกดชื่อ
- ชื่อหน่วยงานปลายทางและแบบฟอร์มเฉพาะ (ถ้ามี)
- หากเปลี่ยนชื่อ-สกุลหลังจบการศึกษา ให้เตรียมหลักฐานการเปลี่ยนชื่อไปด้วย
คำถามที่พบบ่อย
ทรานสคริปต์ภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยออกให้ ต้องแปลอีกหรือไม่
ถ้าเอกสารทั้งฉบับเป็นภาษาอังกฤษและมีลายมือชื่อนายทะเบียนของสถาบันอยู่แล้ว โดยทั่วไปไม่ต้องแปลซ้ำ แต่ถ้าในเอกสารยังมีข้อความหรือตราภาษาไทยปะปน อาจต้องจัดทำคำแปลส่วนนั้นเพิ่ม
จบจากสถาบันเอกชน ยื่นรับรองนิติกรณ์ได้เลยหรือไม่
ขึ้นอยู่กับว่าลายมือชื่อผู้ลงนามอยู่ในฐานข้อมูลที่ตรวจสอบได้หรือไม่ บางกรณีต้องให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถาบันรับรองก่อน จึงควรสอบถามกรมการกงสุลหรือให้ผู้ดำเนินการตรวจสอบสถานะของสถาบันก่อนยื่น
ต้องใช้เอกสารการศึกษากี่ชุดสำหรับยื่นหลายประเทศ
ควรเตรียมชุดที่ผ่านนิติกรณ์แยกตามจำนวนหน่วยงานที่ยื่น เพราะหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่จะเก็บชุดที่ได้รับไว้และไม่คืนเอกสาร
กลุ่มเอกสารอื่น
- เอกสารทะเบียนราษฎรและทะเบียนครอบครัว
- เอกสารนิติบุคคลและการค้า
- หนังสือรับรองความประพฤติและเอกสารตรวจสอบประวัติ
- หนังสือมอบอำนาจและเอกสารส่วนบุคคลที่ลงนาม
- เอกสารการทำงานและการย้ายถิ่นฐาน
แหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ
ข้อกำหนดในหน้านี้อ้างอิงประกาศของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศหน่วยงานรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) และ Apostille ของไทย
- HCCH — Apostille Section (อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961)ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี มีผลใช้บังคับ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027)
บริการที่เกี่ยวข้อง
ค่าบริการขึ้นอยู่กับชนิดเอกสาร จำนวนหน้า และกรอบเวลา ส่งไฟล์สแกนทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd เพื่อรับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร