เอกสารนิติบุคคลและข้อพิพาททางธุรกิจ
หนังสือรับรองบริษัท มติที่ประชุม สัญญาธุรกิจ และเอกสารในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ — กลุ่มที่ชื่อบริษัทและถ้อยคำในสัญญาต้องคงเส้นคงวาทั้งชุด
เอกสารนิติบุคคลไทยส่วนใหญ่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เช่น หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และหนังสือบริคณห์สนธิ เมื่อจะใช้ในคดีหรือในต่างประเทศ ควรคัดเอกสารฉบับล่าสุด เพราะหน่วยงานปลายทางหลายแห่งกำหนดอายุของเอกสารที่รับ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ต่างกันไปในแต่ละแห่ง ควรสอบถามก่อนคัดเอกสาร
งานแปลสัญญาธุรกิจต้องรักษาคำนิยามในสัญญาไว้อย่างเคร่งครัด คำที่ถูกนิยามไว้ในสัญญาต้องถูกแปลด้วยคำเดียวกันตลอดทั้งฉบับและตลอดทั้งชุดเอกสารที่เกี่ยวข้อง หากเอกสารชุดเดียวกันมีทั้งสัญญาหลัก สัญญาแก้ไขเพิ่มเติม และหนังสือบอกกล่าว จะต้องใช้อภิธานศัพท์ร่วมกัน
สำหรับข้อพิพาทที่เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ สถาบันแต่ละแห่งมีข้อบังคับเรื่องภาษาของกระบวนพิจารณาและรูปแบบการยื่นเอกสารต่างกัน จึงควรตรวจข้อบังคับของสถาบันที่ใช้และคำสั่งของคณะอนุญาโตตุลาการในคดีนั้นก่อนจัดทำคำแปล เพื่อให้รูปแบบตรงตามที่กำหนด
หมายเหตุสถานะกฎหมาย: ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ก่อนถึงวันดังกล่าว เอกสารที่จะนำออกไปใช้ต่างประเทศ ยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางตามลำดับเดิม
เอกสารในกลุ่มนี้
- หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
- หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับบริษัท
- รายงานการประชุมและมติคณะกรรมการ
- สัญญาธุรกิจ สัญญาแก้ไขเพิ่มเติม และหนังสือบอกกล่าว
- คำเสนอข้อพิพาทและเอกสารในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ
ลำดับขั้นตอน
- คัดเอกสารนิติบุคคลฉบับล่าสุดตามที่ปลายทางกำหนด
- จัดทำอภิธานศัพท์คำนิยามในสัญญาให้ใช้ร่วมกันทั้งชุด
- แปลและตรวจทานโดยนักแปลสายกฎหมายและทนายความในทีม
- ออกคำรับรองความถูกต้องของคำแปล
- หากใช้ต่างประเทศ ดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางตามเงื่อนไขของประเทศนั้น
เช็กลิสต์เตรียมเอกสาร
- ระบุชื่อบริษัทภาษาอังกฤษที่จดทะเบียนไว้ เพื่อไม่ให้แปลชื่อใหม่
- ส่งสัญญาหลักและสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมกันทั้งชุด
- แจ้งสถาบันอนุญาโตตุลาการหรือศาลที่จะใช้เอกสาร
- แจ้งกำหนดยื่นตามคำสั่งกระบวนพิจารณา
คำถามที่พบบ่อย
หนังสือรับรองบริษัทต้องคัดใหม่ทุกครั้งหรือไม่
หน่วยงานปลายทางหลายแห่งกำหนดอายุของหนังสือรับรองที่รับ ซึ่งไม่เท่ากันทุกแห่ง จึงควรสอบถามเงื่อนไขจากหน่วยงานหรือสถานทูตปลายทางก่อน แล้วจึงคัดเอกสารให้อยู่ในกรอบเวลาที่กำหนด
แปลชื่อบริษัทเป็นภาษาอังกฤษเองได้ไหม
ควรใช้ชื่อภาษาอังกฤษที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ควรแปลขึ้นใหม่ เพราะชื่อที่ไม่ตรงกับทะเบียนอาจทำให้หน่วยงานปลายทางไม่รับเอกสาร
ต้องการให้ทีมประเมินสำนวนของคุณ ส่งภาพสแกนหรือรายการเอกสารมาก่อนได้ทาง LINE @nycli โทร +66-83-249-4999 หรืออีเมล nycli@ilc.ltd แล้วเจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอนและกรอบเวลาที่ทำได้จริงกลับไป