ทำไมต้อง Apostille อย่างเดียว ไม่ต้อง Embassy
ญี่ปุ่นเป็นภาคี Hague Apostille Convention มาตั้งแต่ 27 กรกฎาคม 1970 และไทยเข้าเป็นภาคี เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 (มีผลบังคับใช้กับไทย 28 ก.พ. 2570) ทำให้คู่ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นใช้ Apostille แทน Embassy Consular Legalisation ได้ทันทีตั้งแต่วันนั้น
เอกสารราชการไทย (สูจิบัตร, ทะเบียนสมรส, ทะเบียนบ้าน, ใบเปลี่ยนชื่อ, หนังสือรับรองโสด, ใบรับรองความประพฤติจากตำรวจ) ที่ต้องการใช้ในญี่ปุ่น ใช้ขั้นตอน: (1) แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่นโดยนักแปลที่ MFA รับรอง, (2) MFA Apostille ที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ — จบ ไม่ต้องนำไปสถานทูตญี่ปุ่นอีก
ค่าใช้จ่ายลดลงจากเดิม 40–60% และระยะเวลาสั้นลงจาก 10–14 วันทำการ เหลือ 5–7 วันทำการ
COE — เอกสารหลักก่อนขอวีซ่าทุกประเภท
Certificate of Eligibility (在留資格認定証明書) ออกโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น (Immigration Services Agency) เป็นเอกสารยืนยันว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติตามประเภทวีซ่าที่ขอ — ผู้สมัครหรือผู้รับรองในญี่ปุ่นต้องยื่นที่ Regional Immigration Bureau ใช้เวลา 1–3 เดือน
หลังได้ COE แล้ว จึงนำไปยื่นที่สถานทูตญี่ปุ่นในกรุงเทพหรือสถานกงสุลที่เชียงใหม่ พร้อมแบบฟอร์มวีซ่า + พาสปอร์ต + รูปถ่าย ออกวีซ่าใน 5–7 วันทำการ COE อายุใช้ได้ 3 เดือนนับจากวันออก
วีซ่า F-Spouse / Long-term Resident — เอกสารที่ต้อง Apostille
รายการเอกสารที่ต้องเตรียมและ Apostille ก่อนยื่นวีซ่าประเภท F:
- ทะเบียนสมรสไทย (คร.2/คร.3) — Apostilled ภายใน 3 เดือน
- สูจิบัตรของบุตร (ถ้ามี) — Apostilled
- ทะเบียนบ้านปัจจุบัน — Apostilled
- หนังสือรับรองความประพฤติ (Police Clearance) — Apostilled อายุไม่เกิน 6 เดือน
- คำแปลภาษาญี่ปุ่นหรืออังกฤษโดยนักแปลที่ MFA รับรอง
Legal Affairs Bureau (法務局) Tokyo และ koseki tohon
Legal Affairs Bureau คือหน่วยงานที่ดูแลทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่น (戸籍 koseki) — เมื่อต่างชาติแต่งงานกับคนญี่ปุ่นหรือมีบุตรกับคนญี่ปุ่น ต้องไปแจ้งจดทะเบียนเพิ่มในระบบ koseki ของคู่สมรสญี่ปุ่น โดยใช้ทะเบียนสมรสไทย + คำแปลญี่ปุ่น + Apostille
Tokyo Legal Affairs Bureau (東京法務局) มี 21 สาขา สาขาที่รับคนต่างชาติบ่อย: Shibuya, Shinjuku, Minato, Setagaya — แนะนำนัดล่วงหน้าผ่าน e-Gov หรือโทรไปสาขาที่ตรงกับเขตทะเบียนบ้านคู่สมรส
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และวิธีหลีกเลี่ยง
(1) เอกสารเกิน 3 เดือน: ญี่ปุ่นเข้มงวดมาก เอกสารทะเบียนสมรส/สูจิบัตรต้องคัดใหม่ภายใน 3 เดือนนับจากวันยื่น ไม่ใช่ 3 เดือนจากวัน Apostille
(2) คำแปลไม่ตรงโครงสร้าง: Legal Affairs Bureau ต้องการคำแปลที่มีลายเซ็นนักแปล + เลขทะเบียนนักแปล MFA ปรากฏชัดทุกหน้า บางสาขายังต้องการแปลภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น ไม่รับภาษาอังกฤษ
(3) ใช้ Apostille เก่าที่ยังไม่ผ่านขั้นตอนแปลใหม่: เอกสารต้องแปล + Apostille ภายในชุดเดียวกัน ถ้าแปลใหม่ภายหลังต้อง Apostille ใหม่
