เอกสาร NAATI + Notary ที่ออสเตรเลียยอมรับ
ออสเตรเลียมีข้อกำหนดพิเศษที่แตกต่างจากประเทศอื่น คือ เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องแปลโดยนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก National Accreditation Authority for Translators and Interpreters (NAATI) เท่านั้น หน่วยงานหลักที่บังคับใช้ NAATI ได้แก่ Department of Home Affairs สำหรับวีซ่าทุกประเภท Australian Health Practitioner Regulation Agency (AHPRA) สำหรับการขึ้นทะเบียนวิชาชีพแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ Department of Education and Training สำหรับการเทียบวุฒิ และศาลทุกระดับ
NYC Language Institute มีนักแปล NAATI Certified ในทีมจำนวน 12 ท่าน ครอบคลุมประเภท Translator (ภาษาเขียน) และ Interpreter (ภาษาพูด) สำหรับการสัมภาษณ์ทางวิดีโอ ค่าธรรมเนียมการแปล NAATI เริ่มต้นที่ 1,300 บาทต่อหน้า A4 และใช้เวลา 1–3 วันทำการ คำแปลทุกฉบับมีตราประทับ NAATI และหมายเลขทะเบียนที่สามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.naati.com.au
หลังจากแปลและรับรองโดย NAATI แล้ว เอกสารสามารถนำไปใช้ในออสเตรเลียได้โดยตรงในหลายกรณี แต่หากเป็นเอกสารที่ต้องใช้ทางกฎหมาย เช่น POA, Affidavit, สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ จะต้องผ่าน Notary Public และ Apostille MFA เพิ่ม ตามมาตรฐาน Hague Convention
ประเภทเอกสารที่นิยมทำ Notary เพื่อใช้ในออสเตรเลีย
อันดับหนึ่งคือเอกสารสำหรับ Partner Visa (Subclass 309/100, 820/801) และ Prospective Marriage Visa (Subclass 300) ได้แก่ Statutory Declaration of Relationship, ทะเบียนสมรส, สูติบัตรของบุตร, และ Police Clearance Certificate จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย ทุกฉบับต้องผ่าน NAATI + Notary + Apostille
อันดับสองคือเอกสารสำหรับ AHPRA เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร และนักกายภาพบำบัด ได้แก่ ใบปริญญา Transcript ใบประกอบวิชาชีพจากแพทยสภา/สภาการพยาบาลของไทย หนังสือรับรองประสบการณ์ทำงาน และ Police Clearance ทีม NYC มีประสบการณ์เฉพาะด้าน AHPRA มากว่า 350 ราย และมีอัตราการยอมรับเอกสาร 100%
อันดับสามคือเอกสารสำหรับการศึกษาในออสเตรเลีย เช่น Student Visa (Subclass 500), Postgraduate Research Visa (Subclass 408), และการเทียบวุฒิผ่าน Australian Qualifications Framework (AQF) สำหรับมหาวิทยาลัย Group of Eight เช่น Sydney, Melbourne, ANU, UQ, UNSW, Monash, UWA, Adelaide
ขั้นตอน Notary Public สำหรับใช้ในออสเตรเลีย แบบครบจบ One-Stop
เริ่มต้นด้วยการแจ้งทีม NYC Language Institute ผ่าน LINE @nycli หรือโทร 083-249-4999 ว่าต้องการใช้เอกสารในออสเตรเลีย ทีมจะสอบถามข้อมูล 3 ข้อหลัก ได้แก่ (1) ประเภทของเอกสารและจำนวนชุด (2) วัตถุประสงค์การใช้งานปลายทาง เช่น ยื่นวีซ่า ยื่นศาล ยื่นโรงเรียน ทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ หรือเปิดบัญชีธนาคารต่างประเทศ และ (3) กำหนดเวลาที่ต้องใช้เอกสารพร้อม จากข้อมูลเหล่านี้ทีมจะสามารถออกใบเสนอราคาและไทม์ไลน์ที่แม่นยำได้ภายใน 15–30 นาที พร้อมแนะนำว่าจำเป็นต้องทำ Notary Public อย่างเดียว หรือต้องต่อด้วย MFA (กระทรวงการต่างประเทศ) และสถานทูตออสเตรเลียอีกขั้นหนึ่ง
ขั้นที่สอง ลูกค้านัดเข้าพบทนายผู้ทำคำรับรอง (Notarial Services Attorney) ที่สำนักงาน NYC สาขาลาดพร้าว 95 เปิดบริการจันทร์–เสาร์ เวลา 09:00–18:00 น. กรณีไม่สะดวกเดินทาง สามารถใช้บริการ Remote Online Notarization หรือทนายเดินทางไปหาในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้ ในขั้นตอนการลงนาม ทนายจะตรวจสอบเอกสารตัวจริง บัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทาง และให้ลูกค้าลงนามต่อหน้า จากนั้นจะประทับตรา Notarial Seal พร้อมแนบ Notarial Certificate ที่ระบุประเภทคำรับรอง (Acknowledgement, Jurat, Certified True Copy, Affidavit ฯลฯ) อย่างชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานปลายทางในออสเตรเลียยอมรับเอกสารโดยไม่ต้องตีความเพิ่มเติม
ขั้นที่สาม เนื่องจากออสเตรเลียเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille Convention และประเทศไทยเข้าร่วม เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 (มีผลบังคับใช้กับไทย 28 ก.พ. 2570) เอกสารที่ผ่าน Notary แล้วสามารถนำไปขอ Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ ได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตออสเตรเลียอีก ระยะเวลาประมาณ 2–3 วันทำการ หรือใช้บริการ Express ของกรมฯ ที่เสร็จภายในวันเดียว ทีม NYC จะเป็นผู้ยื่นและรับเอกสารแทนลูกค้า โดยลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปด้วยตัวเอง
ขั้นสุดท้าย เมื่อเอกสารผ่านการรับรองทุกขั้นตอนแล้ว ทีมจะตรวจสอบความถูกต้องของตราประทับ ลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ และเลขที่อ้างอิงทุกหน้า ก่อนจัดส่งให้ลูกค้า กรณีอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลส่งฟรีด้วย Messenger ภายในวันเดียวกัน กรณีต่างจังหวัดส่งฟรีด้วย EMS หรือ Kerry Express และกรณีที่ลูกค้าอยู่ในออสเตรเลียหรือประเทศที่สาม สามารถจัดส่งด้วย DHL/FedEx International ถึงปลายทางภายใน 2–5 วันทำการ พร้อมเลขที่ติดตามพัสดุ (Tracking Number) ทุกฉบับ ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินงานได้แบบเรียลไทม์ผ่าน LINE @nycli
สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย
คำถามที่พบบ่อย
เอกสารที่ผ่าน Notary ในไทยใช้ในออสเตรเลียได้ทันทีไหม?
ใช้ได้หลังจากผ่านการรับรองเพิ่มเติมจากกระทรวงการต่างประเทศไทย (MFA) และ/หรือสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยแล้วเท่านั้น เพราะ Notary Public ของไทยเป็นการรับรองในประเทศ ต้องมี Chain of Authentication อีก 1–2 ชั้นจึงจะมีผลทางกฎหมายในต่างประเทศ NYC ดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนภายใน 3–7 วันทำการ
ค่าใช้จ่ายรวมในการทำ Notary + รับรองสำหรับออสเตรเลียประมาณเท่าไร?
ค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นที่ 2,500–8,000 บาทต่อชุด ขึ้นอยู่กับชนิดเอกสาร จำนวนหน้า ภาษาที่ต้องแปล และความเร่งด่วน ค่าธรรมเนียม Notary เริ่ม ฿1,500 ค่าธรรมเนียม MFA ฿200–800 และค่าธรรมเนียมสถานทูตออสเตรเลียแตกต่างกันไปตามนโยบาย ทีม NYC แจ้งราคาเบ็ดเสร็จไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงภายใน 30 นาที
ต้องเดินทางไปต่างประเทศเองหรือไม่?
ไม่จำเป็น — NYC Language Institute เป็นตัวแทนยื่นเอกสารแทนลูกค้าทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระทรวงการต่างประเทศไทย สถานทูตออสเตรเลีย ไปจนถึงการจัดส่งเอกสารตัวจริงด้วย DHL/FedEx ไปยังออสเตรเลียหรือประเทศที่สามทั่วโลก ลูกค้าจึงไม่ต้องเดินทางไปด้วยตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว
หากเอกสารถูกปฏิเสธโดยหน่วยงานปลายทางในออสเตรเลีย จะทำอย่างไร?
NYC รับประกันความถูกต้องของกระบวนการรับรองทุกขั้นตอน หากเอกสารถูกปฏิเสธโดยมีสาเหตุจากความบกพร่องในการรับรอง ทีมจะดำเนินการแก้ไขและรับรองใหม่ให้ฟรี โดยลูกค้าจ่ายเฉพาะค่าธรรมเนียมราชการเท่านั้น ทั้งนี้ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาทีมมีอัตราการยอมรับเอกสารโดยหน่วยงานปลายทางในออสเตรเลีย 99.6%
NAATI Translation + Notary + Apostille ต้องทำตามลำดับใด?
ลำดับที่ถูกต้องคือ (1) แปลโดยนักแปล NAATI Certified ก่อน (2) นำคำแปลและเอกสารต้นฉบับมาทำ Notary โดย Notarial Services Attorney (3) นำชุดเอกสารไปขอ Apostille ที่ MFA ลำดับนี้สำคัญมาก หากสลับลำดับ MFA จะปฏิเสธการ Apostille ทีม NYC จัดการทุกขั้นตอนให้แบบ One-Stop ใช้เวลารวม 3–7 วันทำการ
Notary สำหรับประเทศอื่น
พร้อมเริ่มทำ Notary สำหรับใช้ในออสเตรเลียแล้ว?
ทักไลน์ @nycli หรือโทร 083-249-4999 — ทีมแจ้งราคาและไทม์ไลน์เบ็ดเสร็จภายใน 30 นาที