กรอบกฎหมาย Apostille ระหว่างไทย-อินเดีย
สาธารณรัฐอินเดียเข้าร่วม Hague Apostille Convention เมื่อ 14 กรกฎาคม 2005 และไทยเข้าร่วม เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 (มีผลบังคับใช้กับไทย 28 ก.พ. 2570) ทำให้เอกสารจากไทยที่ผ่าน Notary + Apostille MFA สามารถใช้ในอินเดียได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตอินเดียอีก ลดเวลาจาก 8–14 วันทำการเหลือเพียง 3–5 วันทำการ
อินเดียมีระบบสหพันธรัฐที่แต่ละรัฐมีกฎหมายแตกต่างกัน เอกสารทะเบียนสมรสและทะเบียนที่ดินอาจต้องผ่าน Sub-Divisional Magistrate ของรัฐนั้น ๆ เพิ่ม แต่สำหรับเอกสารระดับรัฐบาลกลาง (MEA, UGC, Income Tax, RBI) ใช้ Apostille จากไทยได้โดยตรง
หน่วยงานปลายทางในอินเดียที่นิยมเรียกใช้เอกสาร Notarized จากไทย ได้แก่ MEA สำหรับ Visa และ OCI Card, UGC และ AIU (Association of Indian Universities) สำหรับเทียบวุฒิ, RBI สำหรับเปิดบัญชี NRE/NRO, Registrar of Companies (ROC) สำหรับตั้งบริษัทอินเดีย และ Family Courts สำหรับคดีหย่าและทรัพย์สิน
เอกสารยอดนิยมและ OCI Card
OCI Card (Overseas Citizen of India) เป็นบัตรที่ให้สิทธิเสมือนพลเมืองอินเดียแก่บุคคลเชื้อสายอินเดียและคู่สมรสของพลเมืองอินเดีย เอกสารที่ต้อง Notarized + Apostille ได้แก่ Marriage Certificate, Birth Certificate, Proof of Indian Origin (เอกสารบรรพบุรุษ) และ Affidavit — NYC ดำเนินการ OCI Application Package เริ่ม ฿8,500
เคสยอดนิยมอันดับสองคือเอกสารสำหรับตั้งบริษัท Private Limited ที่ MCA (Ministry of Corporate Affairs) ของอินเดีย ต้อง Notarized + Apostille ของ Passport, Address Proof และ Director Identification Number (DIN) Application Form — NYC เป็น Authorized Filing Agent กับ MCA India และตั้งบริษัทให้ลูกค้าไทยกว่า 60 รายในปี 2025
ขั้นตอน Notary Public สำหรับใช้ในอินเดีย แบบครบจบ One-Stop
เริ่มต้นด้วยการแจ้งทีม NYC Language Institute ผ่าน LINE @nycli หรือโทร 083-249-4999 ว่าต้องการใช้เอกสารในอินเดีย ทีมจะสอบถามข้อมูล 3 ข้อหลัก ได้แก่ (1) ประเภทของเอกสารและจำนวนชุด (2) วัตถุประสงค์การใช้งานปลายทาง เช่น ยื่นวีซ่า ยื่นศาล ยื่นโรงเรียน ทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ หรือเปิดบัญชีธนาคารต่างประเทศ และ (3) กำหนดเวลาที่ต้องใช้เอกสารพร้อม จากข้อมูลเหล่านี้ทีมจะสามารถออกใบเสนอราคาและไทม์ไลน์ที่แม่นยำได้ภายใน 15–30 นาที พร้อมแนะนำว่าจำเป็นต้องทำ Notary Public อย่างเดียว หรือต้องต่อด้วย MFA (กระทรวงการต่างประเทศ) และสถานทูตอินเดียอีกขั้นหนึ่ง
ขั้นที่สอง ลูกค้านัดเข้าพบทนายผู้ทำคำรับรอง (Notarial Services Attorney) ที่สำนักงาน NYC สาขาลาดพร้าว 95 เปิดบริการจันทร์–เสาร์ เวลา 09:00–18:00 น. กรณีไม่สะดวกเดินทาง สามารถใช้บริการ Remote Online Notarization หรือทนายเดินทางไปหาในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้ ในขั้นตอนการลงนาม ทนายจะตรวจสอบเอกสารตัวจริง บัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทาง และให้ลูกค้าลงนามต่อหน้า จากนั้นจะประทับตรา Notarial Seal พร้อมแนบ Notarial Certificate ที่ระบุประเภทคำรับรอง (Acknowledgement, Jurat, Certified True Copy, Affidavit ฯลฯ) อย่างชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานปลายทางในอินเดียยอมรับเอกสารโดยไม่ต้องตีความเพิ่มเติม
ขั้นที่สาม เนื่องจากอินเดียเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille Convention และประเทศไทยเข้าร่วม เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 (มีผลบังคับใช้กับไทย 28 ก.พ. 2570) เอกสารที่ผ่าน Notary แล้วสามารถนำไปขอ Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ ได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตอินเดียอีก ระยะเวลาประมาณ 2–3 วันทำการ หรือใช้บริการ Express ของกรมฯ ที่เสร็จภายในวันเดียว ทีม NYC จะเป็นผู้ยื่นและรับเอกสารแทนลูกค้า โดยลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปด้วยตัวเอง
ขั้นสุดท้าย เมื่อเอกสารผ่านการรับรองทุกขั้นตอนแล้ว ทีมจะตรวจสอบความถูกต้องของตราประทับ ลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ และเลขที่อ้างอิงทุกหน้า ก่อนจัดส่งให้ลูกค้า กรณีอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลส่งฟรีด้วย Messenger ภายในวันเดียวกัน กรณีต่างจังหวัดส่งฟรีด้วย EMS หรือ Kerry Express และกรณีที่ลูกค้าอยู่ในอินเดียหรือประเทศที่สาม สามารถจัดส่งด้วย DHL/FedEx International ถึงปลายทางภายใน 2–5 วันทำการ พร้อมเลขที่ติดตามพัสดุ (Tracking Number) ทุกฉบับ ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินงานได้แบบเรียลไทม์ผ่าน LINE @nycli
สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย
คำถามที่พบบ่อย
เอกสารที่ผ่าน Notary ในไทยใช้ในอินเดียได้ทันทีไหม?
ใช้ได้หลังจากผ่านการรับรองเพิ่มเติมจากกระทรวงการต่างประเทศไทย (MFA) และ/หรือสถานทูตอินเดียประจำประเทศไทยแล้วเท่านั้น เพราะ Notary Public ของไทยเป็นการรับรองในประเทศ ต้องมี Chain of Authentication อีก 1–2 ชั้นจึงจะมีผลทางกฎหมายในต่างประเทศ NYC ดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอนภายใน 3–7 วันทำการ
ค่าใช้จ่ายรวมในการทำ Notary + รับรองสำหรับอินเดียประมาณเท่าไร?
ค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นที่ 2,500–8,000 บาทต่อชุด ขึ้นอยู่กับชนิดเอกสาร จำนวนหน้า ภาษาที่ต้องแปล และความเร่งด่วน ค่าธรรมเนียม Notary เริ่ม ฿1,500 ค่าธรรมเนียม MFA ฿200–800 และค่าธรรมเนียมสถานทูตอินเดียแตกต่างกันไปตามนโยบาย ทีม NYC แจ้งราคาเบ็ดเสร็จไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงภายใน 30 นาที
ต้องเดินทางไปต่างประเทศเองหรือไม่?
ไม่จำเป็น — NYC Language Institute เป็นตัวแทนยื่นเอกสารแทนลูกค้าทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระทรวงการต่างประเทศไทย สถานทูตอินเดีย ไปจนถึงการจัดส่งเอกสารตัวจริงด้วย DHL/FedEx ไปยังอินเดียหรือประเทศที่สามทั่วโลก ลูกค้าจึงไม่ต้องเดินทางไปด้วยตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว
หากเอกสารถูกปฏิเสธโดยหน่วยงานปลายทางในอินเดีย จะทำอย่างไร?
NYC รับประกันความถูกต้องของกระบวนการรับรองทุกขั้นตอน หากเอกสารถูกปฏิเสธโดยมีสาเหตุจากความบกพร่องในการรับรอง ทีมจะดำเนินการแก้ไขและรับรองใหม่ให้ฟรี โดยลูกค้าจ่ายเฉพาะค่าธรรมเนียมราชการเท่านั้น ทั้งนี้ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาทีมมีอัตราการยอมรับเอกสารโดยหน่วยงานปลายทางในอินเดีย 99.6%
Notary สำหรับประเทศอื่น
พร้อมเริ่มทำ Notary สำหรับใช้ในอินเดียแล้ว?
ทักไลน์ @nycli หรือโทร 083-249-4999 — ทีมแจ้งราคาและไทม์ไลน์เบ็ดเสร็จภายใน 30 นาที